ขออนุญาติบ่นนิดนึงนะครับ พอดีว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นสดๆร้อนๆ เพราะบางทีก็อาจจะเป็นประโยชน์กับพวกเราบ้าง ไม่มากก็น้อยครับ เรื่องมันก็มีอยู่ว่า
ในวันที่ 5 ซึ่งเป็นวันพ่อแห่งชาติ แน่นอนว่า เป็นวันหยุดที่รอคอยเช่นกัน ในวันนั้นด้วยกระผมเองก็เป็นคนที่รักพ่อเหมือนกับทุกๆคน ก็ได้ตื่นแต่เช้า ทำกิจกรรมต่างๆ แบบที่ชาวบ้านเขาทำกัน ตามปรกติครับ พอถึงช่วงบ่ายๆ ก็ได้เวลาที่ผมตั้งใจไว้ว่า วันนี้จะเอารถวิบากที่พึ่งซื้อมาใหม่ไปขี้เล่นบนภูเขาตามเส้นทาง ที่แต่ก่อนผมใช้เป็นประจำ และชาวบ้านแถบนั้นใช้เป็นเส้นทางไปหาของป่า โดยเฉพาะช่วงนี้ มีผักหวานด้วย ตามวิธีชีวิตคนชนบท พอได้เวลาก็ไปกันเลย ผมไปด้วยกัน สองคนโดยมีเพื่อนอีกหนึ่งคน ขับรถคนละกันใล่หลังกันขึ้นไป บอกได้คำเดียวว่า สนุกมาก พอขับไปได้ซักครึ่งทาง ผมก็พบรอยรถขนาดใหญ่ จึงเอะใจขึ้นมาเลยว่า เอ๊ะ ทำไมรถใหญ่ถึงขึ้นมาบนเส้นทางแบบนี้ได้(ขนาดผมใช้วิบาก ก็ยังลำบาก กว่าจะผ่านขึ้นไปได้)ก็เลยพากันนั่งพักอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ คุยกันเรื่องป่าไม้ สัตว์ป่า แล้วก็รอยรถที่พบตรงนั้น บรรยากาศร่มรื่นมาก ประมาณครึ่งชั่วโมง พอเครื่องรถหายร้อน ก็เริ่มเดินทางกันอีกรอบ ในรอบนี้ผมบอกกับเพื่อนว่า ขอขับออกหน้าเพราะผมไม่มีแว่นกันผุ่น(ขับตามก้นบิดคันเร่งทีฝุ่นเต็มหัวเลย) บรรยากาศเต็มไปด้วยความสนุกสนานด้วยเส้นทางที่ ท้าทาย เจอหลุกมั่ง เจอเนินหินมั่ง พอขับไปถึงหลังแปสันเขา ก็เข้าสู่ ป่าดงดิบทึบ อากาศที่นั่นเย็นมาก รู้สึกถึงความสดชื่นของธรรมชาติ แต่ที่เห็นตรงหน้า ก็ยังมีรอยรถที่ว่านั้นอยู่ แต่ก็ไม่คิดอะไร จนกระทั่งไปถึงบริเวณที่เป็นทางโค้ง ผมเห็นเจ้าหน้าที่ป่าไม่นายหนึ่ง วิ่งออกมาจากข้างทางกระโดดออกมาขวางทางรถผมเอาไว้ (โทษทีนะครับ I บ้าออกมาไม่ให้สุ้มให้เสียง เกิดเบลคไม่ทันจาทำยังไง

) ในตอนนั้นบอกได้แค่ว่า ผมตกใจมาก ในมือของเจ้าหน้าที่ ถือปื่นพกสั้น ขนาด 9 มม. อยู่ในมือ(อยู่ในท่า พร้อมยิง ปลดออกจากซองแล้วด้วย

) และข้างหลังก็สพายปืนคาบิลอีกหนึ่งกระบอก และผ่านไปอีกไม่ถึง ยี่สิบวินาที ก็มาเจ้าหน้าที่อีกประมาณ ห้าคนวิ่งตามออกมาอีก พวกเขาเหล่านั้นล้อมผมสองคนเอาไว้ และทุกคนล้วนแต่พกอาวุธกันทุกคนเลย (ทำยังกะผมเป็นอาชญากรแหนะ) บรรยากาศตอนนั้นบอกได้คำเดียวว่า อึแทบราด แต่ก็ยังดีที่คุมสติไว้ได้ จากนั้นทางเจ้าหน้าที่ก็เริ่มจะเล่นเกมส์ตอบคำถาม
จนท.-จะพากันไปไหน(ถามแบบน้ำเสียง เหมือนในหนังที่ตำรวจทุบโจรเพื่อเค้นเอาความลับ)
ผมตอบ- ออพอดีว่าผมพึ่งซื้อรถมาใหม่ ก็เลยเอารถมาลอบอะครับ
จนท.-มากันกี่คน มีคนอื่นอีกมั้ย
ผมตอบ- มากันสองคนเนี่ยแหละครับ (ก็เห็นยุว่ามีสองคน เอ๊ะชักถามแปลกๆ

)
จนท-พกอะไรติดตัวมามั่ง แล้วจากนั้นก็เริ่มค้น
ผมตอบ-ก็ไม่มีอะไรหนิครับ (อันนี้ก็ยิ่งแปลกเข้าไปอีก หรือว่ากลัวผมจะลักลอบตัดไม้แล้วซ่อนในกระเป๋ากางเกงหว่า)
จนท.-พอค้นไปจนทั่ว พวกเขาก็เก็บปืนเข้าซอง ผมก็เริ่มจะอุ่นใจขึ้นมาหน่อน
ผมจึงถามกลับไปมั่ง
ผมถาม-ทางเส้นนี้ ไปต่อได้หรือปล่าวครับ(ทำเป็นไม่รู้ เพราะคิดไม่ออกว่าจะถามอะไร)
จนทตอบ.-ไปได้
จากนั้นเขาก็วิทยุหากัน เหมือนจะมีคนอีกกลุ่มนึงอยู่เส้นทางข้างหน้า แต่ก็ได้ยินไม่ค่อยชัด
ผมจึงรีบออกรถไปต่อไปอีกประมาณ 100เมตร ก็เจอกับรถที่ทำให้เกิดรอยที่ว่า ในตอนนั้น จึงทำให้ผมได้เข้าใน ทุกอย่างที่เกิด มันเป็นเพราะสิ่งนี้นี่เอง รถที่เจอ เป็นรถหกล้อยกสูง มีล้อเป็นหนาม แต่ที่แย่ก็คือ บนกระบะรถมีไม้ตะเคียน ที่ถูกซอยเป็นแผ่นๆ เต็มท้ายรถ และมีรถเข็นคันเล็ก ที่เอาไว้ลากไม้ออกมาจากป่า และก็เท่าที่เห็น มีเลื่อยยนต์ขนาดเล็กอีกสองตัว ตัวนึงใบยาว อีกตัวใบสั้น พร้อมกับเจ้าหน้าที่ ปนกับชาวบ้าน รวมกันประมาณ ห้าคน กำลังขนไม้ขึ้นรถกันแบบอุ่นใจ ผมนึกในใจ ไอหยา พวกนี้เป็นป่าไม้ แต่ดันมาตัดไม้กันซะเอง บนหน้ารถ มีชายคนหนึ่ง หัวล้านๆ อ้วนๆใส่เสื้อยืดสีดำ กางเกงลายพราง ดูเหมือนจะมีระดับพอสมควร เข้าใจเป็นอย่างอื่นไม่ได้เลย เพราะหลักฐานทุกอย่าง ครบแบบไม่ต้องถาม ผมก็เข้าใจอยู่ว่า เจ้าหน้าที่ที่ดีๆก็มีอยู่มาก มีเพียงบางส่วนที่เป็นมาเฟียในคราบเจ้าหน้าที่ ผมเองก็เป็นแค่ประชาชนที่สุดแสนธรรมดา ซึ่งไม่อาจที่จะไปต่อกรกับบุคคลเหล่านี้ได้ เป็นที่หน้าเสียดายที่ผมไม่ได้เก็บภาพเอาไว้(ก็ไม่รุเหมือนกันว่า ถ้าถ่ายรูปแล้ว เขาจะยอมให้ผมลงจากป่ามั้ยน๊า) ในพื้นที่ใหนเป็นแบบนี้บ้าง ลองมาคุยกันครับ ว่าจะทำยังไงดีกับคนพวกนี้ แต่ผมคิดเอาไว้แล้วหละ อันนี้แค้นส่วนตัว ไปครั้งหน้า ว่าจะเอาเรือใบ ไปฝากเขาซะหน่อย จะได้ขนไม้กันสนุกๆ เหอะๆ ขอบคุณที่กรุณาอ่านจนจบนะครับ ขอบคุณครับ