It is currently Thu Feb 09, 2012 6:45 pm

All times are UTC + 7 hours



Welcome
ยินดีต้อนรับสู่ชมรมอนุรักษ์ไก่ป่าไทยWelcome to <strong>thaijunglefowl</strong>.

You are currently viewing our boards as a guest, which gives you limited access to view most discussions and access our other features. By joining our free community, you will have access to post topics, communicate privately with other members (PM), respond to polls, upload content, and access many other special features. Registration is fast, simple, and absolutely free, so please, <a href="/profile.php?mode=register">join our community today</a>!


Post new topic Reply to topic  [ 27 posts ]  Go to page 1, 2  Next
Author Message
 Post subject: คาถาไก่เถื่อน
PostPosted: Thu Aug 27, 2009 3:42 pm 
Offline
User avatar

Joined: Thu Oct 18, 2007 4:04 pm
Posts: 1752
Location: Bangkok, Thailand
สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวร(สุก ไก่เถื่อน)

--------------------------------------------------------------------------------



สมเด็จพระสังฆราชญาณสังวรมหาเถร ทรงมีประรามเดิมว่า สุก ประสูติเมื่อวันศุกร์ขึ้น 10 ค่ำ ปีฉลู จุลศักราช 1095 ตรงกับวันศุกร์ ที่ มกราคม พุทธศักราช 2276 ในรัชกาลสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกษ พระองค์ทรงเป็นชาวกรุงเก่า ไม่ปรากฏพระนามบิดามารดา






เด็กชายสุกมาอยู่ศึกษาเล่าเรียนกับพระอาจารย์ของท่านตั้งแต่อายุ 12-13 จนล่วงเลยมาหลายปีอายุท่านก็จะย่างเข้า 20-21 ปี บิดา-มารดา ปละพระอาจารย์ของท่าน เห็นว่าท่านสมควรที่จะบรรพชา-อุปสมบทได้ อีกทั้งท่านต้องการที่จะอุปสมบท เพื่อทดแทนคุณบิดามารดา ครั้งนั้นท่านจึงได้อุปสมบทที่วัดอรัญวาสีที่เป็นวัดหลวงแห่งหนึ่ง ในที่บางแห่งได้บันทึกไว้ว่าท่านอุปสมบทที่วัดโรงธรรม เมื่ออุปสมบทแล้ว ได้นามทางพระพุทธศาสนาว่าญาณสังวโรภิกขุ อุปสมบทแล้วจึงกลับมาอยู่วัดเดิมกับพระอาจารย์ของท่าน โดยพระอาจารย์ของท่านเป็นพระกรรมวาจาจารย์ เมื่อถึงคราวออกธุดงค์ ท่านก็ได้ธุดงค์ไปกับอาจารย์ของท่านอีกเช่นเคย จนกระทั้งสิ้นบุญอาจารย์ท่าน ต่อมาท่านก็ได้ออกธุดงค์เดี่ยวด้วยจิตใจที่กล้าแข็งมุ่งมั่น บางครั้งไปพบอาจารย์ในระหว่างทาง ท่านก็ตามอาจารย์นั้นไปเรียนวิชาเพิ่มเติม ถ้าได้ข่างที่ไหนมีอาจารย์ดีๆ พระองค์ท่านก็จะดั้นด้นไปผากเรียนวิชา มีทั้งวิชากรรมฐาน วิชาสูญทกลา-จันทกลา วิธีเดินจิตรักษาตัวเอง รวมทั้งวิชาแพทย์แผนโบราณ วิชาญาณโลกุตร 19 รวมทั้งวิชาทำธาตุ บางครั้งพระองค์ท่านก็ไปจำพรรษาวัดต่างเมือง 1 ปี บ้าง 1 เดือนบ้าง จึงกลับมาวัดเดิม ในตำนานกล่าวไว้ว่าท่านเคยไปศึกษาเล่าเรียนพระกรรมฐานเพิ่มเติมที่ วัดกุฎีดาว อันเป็นวัดอรัญวาสีของกรุงศรีอยุธยา ท่านยังเคยได้ธุดงค์ไปประเทศราช เช่น ลาวเขมร โดยเฉพาะทางเหนือ คือ เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน อันเป็นเมืองประเทศราช และที่เมืองลำพูนนี้เองท่านได้พบของดีอย่างหนึ่งดังจะได้กล่าวต่อไป



รุกขมูลเมืองเหนือพบพระคาถาไก่เถื่อน

ในปีต่อมา เมื่ออกพรรษาแล้ว ท่านก็ได้ไปธุดงค์อีกเช่นเคย ครั้งนี้ท่านต้องการไปทางหัวเมืองฝ่ายเหนือ หัวเมืองฝ่ายเหนือนั้นบางคราวก็อยู่ในอำนาจของพม่า บางคราวก็อยู่ในอำนาจของกรุงศรีอยุธยา ฉะนั้นบ้าน วัดในหัวเมืองเหนือจึงเต็มไปด้วยบ้านร้าง วัดร้าง เมืองเป็นป่า ป่าเป็นเมืองวัดเป็นป่า ป่าเป็นวัด พระที่ธุดงค์ไปทางเหนือ จะต้องมีวิชาแก่กล้าถึงจะไปไกลๆได้โดยไม่มีอันตรายแต่ในครั้งนั้นหัวเมืองผ่ายเหนือตกอยู่ในอำนาจของกรุงศรีอยุธยา เมื่อพระอาจารย์สุกไปครั้งนั้นไปปักกลดตามป่าบ้าง วัดร้างบ้าง วันหนึ่งท่านเดินมาที่วัดร้างในป่าแห่งหนึ่ง ณ เมืองลำพูน เมื่อมาถึงท่านก็ได้เดินสำรวจที่สำหรับปักกลดมาถึงที่แห่งหนึ่ง พบแผ่นหินแผ่นหนึ่งท่านจึงปักกลดที่ข้างแผ่นหินนั้น พอตกเวลากลางคืนเงียบสงัดท่านก็เข้าที่ภาวนา เมื่อท่านภาวนาอยู่นั้น ท่านก็ได้เห็นนิมิตเป็นอักษรขอมโบราณ พอรุ่งเช้าท่านก็ออกบิณฑบาตกลับมาฉันเรียบร้อยแล้วท่านจึงรวบมุ้งกลด จึงใช้สมาธิมองไปที่แผ่นหินนั้น ท่านก็เห็นอักษรอยู่ใต้หินแผ่นหิน ท่านจึงหงายแผ่นหินขึ้นพบอักษรภาษาขอมเป็นคาถา 16 ตัว ท่านจึงท่องจำพระคาถานั้นให้ขึ้นใจแล้วท่านจึงพัก ณ ที่นั้นอีกหนึ่งคืน กลางดึกคืนนั้นท่านก็นั่งเข้าที่ภาวนาพระคาถานั้น จึงทราบว่า คาถานี้ คือ คาถา "ไก่เถื่อน" รุ่งเช้าอีกวันฉันอาหารบิณฑบาตแล้ว ก็นั่งภาวนาอีก สักครู่ก็มีไก่ป่า จำนวนมากมารุมล้อมท่าน ท่านจึงรู้ว่าคาถานี่ดีทางด้านเมตตา และสามารถเรียกได้ต่างๆ พระคาถามีความดังนี้


เว ทา สา กุ

ทา ยะ สา ตะ

สา สา ทิ กุ

กุตะ กุ ภู


กุ สา ทา เว

ตะ สา ยะ ทา

กุ ทิ สา สา

ภู กุ ตะ กุ

หลวงปู่สุกท่านถอนกลดเดินทางในป่านั้นเดินไปเรื่อยๆ จนใกล้ค่ำ จึงปักกลด ตกกลางคืนก็เข้าที่ภาวนา พอเช้าฉันบิณฑบาตแล้ว ตอนสายแก่ๆ ท่านก็ภาวนา พระคาถาไก่เถื่อนอีก คราวนี้มีไก่ป่ามามากมายหลายสายพันธุ์มารุมล้อมท่าน บางตัวก็ขึ้นไปยืนบนเข้าท่านทั้งสองข้าง ท่านจึงทราบว่า เป็นคาถาที่ทำให้ไก่ป่าเชื่องได้ ปละเป็นคาถาที่ใช้สร้างสมในทางเมตตาบารมี ต่อมาเมื่อท่านไปปักกลดที่ไหนเพียงนึกถึงไก่ป่าเท่านั้น ยังมิได้ภาวนาพระคาถาไก่เถื่อน ก็มรไก่ป่ามารุมล้อมตัวท่านแล้ว นับได้ว่าท่านได้สำเร็จเมตตาบารมีไปอีกขั้นหนึ่ง แล้ว ไก่ป่านี้เป็นสัตว์ที่เชื่องคนยากมาก เมื่อเห็นคนหรือได้กลิ่นมนุษย์ ก็จะบินหนีหลบซ่อนทันที โดยที่คนไม่ทันได้เห็นตัวมัน ดังจะยกตัวอย่างเกี่ยวกับไก่ป่า ในนิราศธารทองแดง ในพระนิพนธ์ เจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์ ในแผ่นดินพระเจ้าอยู่หัวบรมโกษ กล่าวถึงไก่ป่าไว้ว่า



ไก่ป่าเจ้าเสียงเตี้ย

เห็นคนก่นวิ่งบิน

ไก่ป่าขันเจี่อยแจ้ว

ลูกเมียเขี่ยหากิน

เห็นคนก่นวิ่งบิน

ซอกซอนซ่อนตัวเร้น


พาลูกเมียเขี่ยหากิน

เข็นเร็นรอกซอกซอนหาย

กลางดิน

กกเหล้น

ถาบตื่น

พุ่มไม้สูญหาย

ด้วยเหตุที่หลวงปู่สุก พระองค์ท่านอบรมบารมีมาในเมตตา และเมื่อพระองค์ท่านเป็นสมเด็จพระราชาคณะแล้ว พระคาถานี้จึงเรียกว่า พระคาถาพระยาไก่เถื่อน ตั้งแต่นั้นมา ดังได้กล่าวมาแล้วข้างต้น คาถาไก่เถื่อนนี้เป็นคาถาที่สร้างสม ในทางเมตตาบารมี แต่มีที่มาที่กล่าวไว้ในหนังสือ พระประวัติและพระนิพนธ์ สมเด็จพระอริยวงศาญาณฯ สังฆราชสุก ไก่เถื่อน ญาณสังวร ของนายสุเชาวน์ พลอยชุม ได้เขียนไว้ว่า "หลักฐานที่เก่าแก่ที่สุดที่ค้นพบได้ในขณะนี้ คือจารึกที่ฐานพระพุทธรูป "พระเจ้าล้านทอง" ที่เมืองพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ จารึกโดยพระติกขปัญญาเถระ ปละพระพลปัญญาเถระ เมื่อ พ.ศ. 2069 พระคาถานี้ในทางภาคเหนือเรียกกันว่า พระคาถาไก่แก้วกุกลูก และหลักฐานอื่นๆ เกี่ยวกับคาถาไก่เถื่อนนั้นมาในชั้นหลังของสมเด็จพระสังฆราชสุก เสียส่วนมาก

เมื่อหลวงปู่สุกออกป่า และได้ประสบเหตุการณ์ต่างๆ ในป่าเขา ท่านก็ได้รอดพ้นมาด้วยพระตาถาไก่เถื่อนนี้ คนในสมัยนั้นเรียกพระคาถานี้ว่า เป็นพระคาถาที่เกิดจากอกหลวงปู่สุก หมายถึง เกิดจากการปฏิบัติธรรม ยังมีคำอธิบายเกี่ยวกับวิธีการใช้ และสรรพคุณ สำหรับผู้ที่ไม่ได้เรียนพระธรรมดังนี้

พระคาถาไก่เถื่อนนี้ผู้ใดภาวนาได้ 3 เดือน ทุกๆวัน อย่าได้ขาด ผู้นั้นจะมีปัญญาดังพระพุทธโฆษา แม้สวดเทศนาร้องหรือพูดจาสิ่งใดให้สวดเสีย สามที่ มีตบะเดชะนัก แม้สวดได้ถึงเจ็ดเดือนอาจสามารถรู้ใจคน ถ้าสวดได้ครบ 1 ปี มีตบะเดชะนัก ทรงธรรมรู้ยิ่งกว่าคนทั้งหลาย แม้จะเดินทางไกลให้สวด 8 ทีเป็นสวัสดีแก่คนทั้งหลาย ให้เสกหินเสกแร่ไว้สี่มุมเรือน โจรผู้ร้ายเข้าปล้นสะดมมิได้ ผีร้ายมิกล้าเข้ามาในเขตบ้าน คร้ามกลัวยิ่งนัก คนเดินไปถูกเข้าก็ล้มลงแล แพ้อำนาจแก่เรา ให้เขียนอักขระนี้ลงเป็นยันต์ประสาท ลงด้วยเงินก็ดี ทองก็ดี เอาพระคาถานี้เสก 3 คาบไปเทศนาดีนักเป็นเมตตาแก่คนทั้งหลายให้เขียนยันต์ประสาทนี้ไว้กันเรือน กันโจรภัย อันตรายทั้งหลาย เสกปูน ใส่บาดแผลและฝีดีนัก เสกน้ำมันงาใส่กระดูกหัก เสกเมล็ดข้าวปลูกงอกงามดีนัก เสกน้ำมนต์พรมของกำนัลไปให้ขุนนางท้าวพระยา รักเราแล เสกหมาก เมี่ยงทางเมตตา ต้องยาแผด ต้องภัยอันตรายต่างๆ ก็ดี ให้เสกส้มป่อยหายสิ้นแล พระคาถานี้ผู้ใดทรงไว้มีปัญญามาก

_________________
.....สร้อยแสงแดงพระพาย ขนเขียวลายระยับ ปีกสลับเบญจรงค์ เลื่อมไหล่ยงค์ หงส์สะบัด.....


Top
 Profile  
 
 Post subject: Re: คาถาไก่เถื่อน
PostPosted: Mon Aug 31, 2009 2:08 pm 
Offline

Joined: Fri May 23, 2008 3:38 pm
Posts: 45
พระคาถานี้ใช้ได้ดีจริง ๆ ครับ
ท่องคาถาเสร็จแล้วให้ข้าวไก่กิน
สีแดงเคยบอกไว้ตั้งแต่ได้ลูกไก่มาเลี้ยงแล้ว เชื่องจริง ๆ คนเฒ่าคนแก่เขาบอกกันต่อมาครับ


Top
 Profile  
 
 Post subject: Re: คาถาไก่เถื่อน
PostPosted: Tue Sep 08, 2009 10:36 pm 
Offline

Joined: Tue Feb 05, 2008 3:30 pm
Posts: 588
สุดยอดครับคุณสีแดง ไก่ท่ให้ไปทำกรงใส่หรือยังครับ หวังว่าคงไม่คลอบสุมไว้นะครับ สงสานไก่ครับ


Top
 Profile  
 
 Post subject: Re: คาถาไก่เถื่อน
PostPosted: Tue Jan 26, 2010 9:02 am 
Offline
User avatar

Joined: Tue Apr 29, 2008 4:20 pm
Posts: 948
Location: รังสิต,ภูเขาป่าไผ่ จ.ลพบุรี
... ผมได้ท่องพระคาถาไก่เถื่อนนี้จนขึ้นใจแล้วครับ ท่องแล้วก็เข้าไปจับไก่ป่าเลือด 50% ไม่มีดิ้นเลยจริงๆคุ้นมือไปหลายตัวแล้วครับ และที่ขังสุดๆคือไปลองคาถาในป่าจริงๆมาเมื่ออาทิตย์ที่แล้ว ขึ้นไปบนยอดเขา มองไปมองมองมาไม่เห็นวี่แววไก่ป่าเสียงขันก็เงียบกริบ เลยเอาครืนออกมาปัก แล้ววางไก่ต่อไว้ เดินหลบเข้าบังไพร ไม่ไกลนักห่างแค่ 20 เมตรได้ไก่ต่อเริ่มขันทันทีที่วาง ไก่ป่าขันรับทันที ผมทำการกอบดินมาหลิบมือนึงพนมมือท่องคาถา ไก่เถื่อนนี้ "เว ทา สา กุ ทา ยะ สา ตะ สา สา ทิ กุ กุ ตะ กุ ภู กุ สา ทา เว ตะ สา ยะ ทา กุ ทิ สา สา ภู กุ ตะ กุ" จบคาถาเสร็จ ผมเริ่มเอาดินในมือโรยจากทางที่ไก่ป่าขันลากเข้ามาหาไก่ต่อ( โปรยๆลงไปในบังไพร) โปรยดินเสร็จได้ยินเสียงดังปั๊ปๆ รู้ว่าไก่ป่าติดครืนแล้วเดินเข้าไปดูก็เห็นไก่ป่าติดครืนอยู่ รวมเวลาตั้งแต่ไก่ต่อขันจนถึงไก่ป่าติดครืนไม่น่าถึง 3 นาที เอาไก่ป่ากลับมาอนุบาลที่บ้านก็ไม่ตื่นคนเลยหน้ายังแดงดี แต่มันเจ็บขาผมจะเอาไปปล่อยอีกป่านึงที่ไก่ป่าเริ่มน้อยแล้วครับขอให้สวยอีกนิดจะเอารูปเก็บไว้

_________________
Eos 40D
Ef 18-55 is
Ef 50 f1.8
Tamron sp 70-300 vc
ทุกๆสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเรา ล้วนเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว


Top
 Profile  
 
 Post subject: Re: คาถาไก่เถื่อน
PostPosted: Thu Jan 28, 2010 11:14 am 
Offline

Joined: Sun Nov 29, 2009 8:00 am
Posts: 96
พยายามจะท่องอยู่เผื่อโชคดีอาจจะได้ไก่ป่ามาชืนชมบ้าง..


Top
 Profile  
 
 Post subject: Re: คาถาไก่เถื่อน
PostPosted: Thu Mar 25, 2010 3:14 pm 
Offline

Joined: Thu Mar 25, 2010 11:47 am
Posts: 25
สวัสดีครับอาจารย์หมู ผมโชคชัยที่อยู่อ.ท่าศาลา หวังว่าคงจำได้นะครับ ผมได้ไก่ป่าแท้เพศผู้มาแล้วครับตอนนี้อยู่กับคุณเจ เพราะที่บ้านผมยังไม่พร้อมเรื่องกรงผสม หวังว่าอีกไม่นานคุณเจคงจะโพสให้ได้ชมกันเร็วๆนี้


Top
 Profile  
 
 Post subject: Re: คาถาไก่เถื่อน
PostPosted: Thu Mar 25, 2010 3:31 pm 
Offline

Joined: Thu Mar 25, 2010 11:47 am
Posts: 25
ผมมีเรื่องที่เพิ่งจะพบเจอมาเมื่อวันเสาร์ที่ 13 มีนาคม ผมเข้าไปในป่าของมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์เพื่อดูไก่ป่า และหารังไก่ ระหว่างนั่งเฝ้าดูอยู่ที่ทุ่งเลี้ยงควายพักใหญ่เจอไก่ป่าคู่หนึงเดินหากินอยู่ชายป่าอีกฟากหนึ่งและก็เดินตามชายป่ามาเรื่อย ผมสังเกตุเห็นตัวผู้ที่เป็นไก่เยียมีสีแปลกๆ สีตัวออกคล้ำมีขนลายคล้ายตัวเมีย หางกางหางชัยสั้นเลยหางพัดไปนิดเดียว สร้อยคอสั้นเป็นลายคล้ายตัวเมีย แต่หงอนใหญ่สีแดงสดและขันด้วย เลยอยากถามว่ามีความเป็นไปได้ใหมครับในไก่ป่าของแท้จะมีโอกาสเป็นไก่เยีย หรือว่าเป็นไก่พันทาง ไม่มองได้มองด้วยตาเปล่านะครับส่องด้วยกล้องติดปืนปรับ 3-9 เท่าเห็นรายละเอียดเส้นขนเลยครับ


Top
 Profile  
 
 Post subject: Re: คาถาไก่เถื่อน
PostPosted: Thu Mar 25, 2010 4:41 pm 
Offline
User avatar

Joined: Tue Apr 29, 2008 4:20 pm
Posts: 948
Location: รังสิต,ภูเขาป่าไผ่ จ.ลพบุรี
ครับผม มีความเป็นไปได้ครับที่ไก่ป่าจะเป็นไก่เยียได้ หรือแสดงลักษณะสีออกมาที่แตกต่างจากสีตามลักษณะมาตรฐานของไก่ป่าตามปกติ ยกตัวอย่างเช่นไก่ป่าสีน้ำเงินที่ทางทีมงาน leica เคยถ่ายได้เมื่อ 2 ปีที่แล้ว พรานรุ่นเก่าแถวบ้านผมเองยืนยันว่าเคยต่อไก่ป่าแท้สีเทาได้ในป่า เพราะฉนั้นมีคความเป็นไปได้แน่นอนครับที่อาจจะเป็นไก่ป่าเยีย วันหลังลองแอบๆไปซุ่มถ่ายรูปมาให้ชมบ้างครับผม

ปล.ผมเองเคยได้ยินมาว่าไก่ป่าแถวๆม.วลัยลักษณ์เป็นไก่ป่าผสมจริงไหมครับ ถ้าจริงไก่เยียที่เห็นอาจจะออกแนวๆลูกผสมไก่ป่าก็เป็นได้ครับ

_________________
Eos 40D
Ef 18-55 is
Ef 50 f1.8
Tamron sp 70-300 vc
ทุกๆสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเรา ล้วนเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว


Top
 Profile  
 
 Post subject: Re: คาถาไก่เถื่อน
PostPosted: Fri Mar 26, 2010 9:03 am 
Offline

Joined: Thu Mar 25, 2010 11:47 am
Posts: 25
ที่มีลักษณะเป็นไก่ป่าแท้ก็ยังมีอยู่เยอะเหมือนกันครับ เห็นได้บ่อยครับช่วงนี้เพราะผมจะเข้าไปเดินสำรวจอยู่บ่อยๆทุกเสาร์-อาทิตย์เพื่อหารังแต่ไม่เคยเจอรังไก่เลยครับกอไผ่มีน้อย และป่ารกมากๆไม่รู้มันชอบทำรังแถวใหน เข้าไปตอนเช้ามืดฟังเสียงขันเริ่มสว่างก็ซุ่มดูบ้างก็เห็นเป็นฝูงและเป็นคู่ ตัวผู้สวยมากๆสูงดปร่งปราดเปรียวสร้อยคอสีทอง หางชัยเส้นใหญ่โค้งเล็กน้อยปลายไม่แหลม มีเหลือบสีนำเงิน ถ้าไม่มีปัญหาเรื่องกล้องจะเข้าไปเก็บรูปให้เพื่อนสมาชิกได้ชมครับ


Top
 Profile  
 
 Post subject: Re: คาถาไก่เถื่อน
PostPosted: Fri Mar 26, 2010 9:20 am 
Offline
User avatar

Joined: Tue Apr 29, 2008 4:20 pm
Posts: 948
Location: รังสิต,ภูเขาป่าไผ่ จ.ลพบุรี
ครับผม ดีใจด้วยครับที่ยังมีไก่ป่าแท้สวยๆในพื้นที่ให้ดูให้ศึกษาครับ ช่วยกันอนุรักษ์ไว้ครับ อย่าให้ใครเอาปืนหรือแร้วไปดักครับ ไก่ป่านั้นถ้าเราไม่รบกวนและปล่อยให้ขยายพันธุ์เองตามธรรมชาติ เพียง 3 ปี ก้เพิ่มขึ้นเยอะแล้วครับ...ถึวตอนนั้นจะไปแบ่งเก็บไข่ไก่ป่าแท้ในพื้นที่ปันมาเพื่อขยายพันธุ์(แม่ไก่ป่าก็ออกไข่ชุดใหม่แทน)ก็คงไม่สายครับ ป่าเขาบ้านผมได้เปรียบตรงที่ว่าเป็นภูเขาที่เป็นป่าไผ่เกือบทั้งหมดครับสมาชิกในชมรมเราหลายท่านได้ไปชมแล้วชื่นชอบในบบรยากาศของธรรมชาติที่เต็มไปด้วยป่าไผ่ที่ผลัดใบลงพื้นดินเต็มไปด้วยสีทอง ไผ่ป่าแตกขลุยลงดินไก่ป่ากระรอกป่ากระแต และนกป่าต่างๆคุ้ยเขี่ยหากินเมล็ดขุยไผ่กันอย่างอุดมสมบูรณ์ แม่ไก่ก็ได้อาศัยโคนกอไผ่ที่แตกขลุยไกล้ตายทำรัง ถึงตอนนี้ผ่านมา 3 ปีกว่าจากวันที่เริ่มคุยกับพรานเก่าๆในพื้นที่จนมาเป็นหูเป็นตา เป็นแนวร่วมอนุรักษ์ไก่ป่าในเขาป่าไผ่นี้ด้วยกันอย่างเหนียวแน่น จนไก่ป่าเพิ่มขึ้นมากมายชุกชุม แตกออกไปหลายฝูงมากขึ้นทุกปีตามลำดับ เราจึงสามารถแบ่งปันไข่ไก่ป่าแท้บางส่วนออกมาขยายพันธุ์เองได้โดยไม่รบกวนไก่ป่าเกินความจำเป็นนักครับ แต่ถ้าไก่ป่าในพื้นที่มีน้อยควรปล่อยให้เขาขยายพันธุ์เองตามธรรมชาติไปก่อน เพราะเราเอามาเลี้ยงเองอาจไม่รอดครับ อันนี้ขึ้นอยู่กับความมั่นใจและความรูของเราที่จะเลี้ยงลูกไก่ป่าให้รอด แต่คุณ โชคชัย (ชื่อเก่าท่าน) คงเลี้ยงรอดแน่นอนเพราะเคยเลี้ยงมาแล้วชุดนึงเท่าที่ผมจำได้

_________________
Eos 40D
Ef 18-55 is
Ef 50 f1.8
Tamron sp 70-300 vc
ทุกๆสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเรา ล้วนเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว


Top
 Profile  
 
 Post subject: Re: คาถาไก่เถื่อน
PostPosted: Fri Mar 26, 2010 10:30 am 
Offline

Joined: Thu Mar 25, 2010 11:47 am
Posts: 25
ชุดนั้นมี 4 ตัวครับไม่รอดครับแบ่งให้คุณพิชัยไป 2 ตัวกก็ตายลักษณะเดียวกันครับคือค่อยซึมสุดท้ายไม่กินอาหารตายครับเสียดายมากครับ ตอนนี้มีลูกไก่ที่ผสมระหว่างพ่อป่าที่ต่อมาได้กับแม่ที่ไม่ค่อยแท้ได้มาจากกระบี่เมื่อปีที่แล้ว ฟักออกมา 5 ตัวกะว่าให้แม่ไก่เลี้ยงเองไม่กล้าแยกเอามาเลี้ยงกลัวอดีตซ้ำรอยเดี๋ยวจะถ่ายรูปมาให้ชมนะครับ


Top
 Profile  
 
 Post subject: Re: คาถาไก่เถื่อน
PostPosted: Fri Mar 26, 2010 1:24 pm 
Offline
User avatar

Joined: Tue Apr 29, 2008 4:20 pm
Posts: 948
Location: รังสิต,ภูเขาป่าไผ่ จ.ลพบุรี
ครับ... ตอนนี้ผมก็มีลูกไก่ป่าแท้อยู่ 3 ตัวครับอายุ 5 วันเองพึ่งออกจากไข่ให้แม่ไก่ต่อฟัก ได้จากป่าในพื้นที่ไกล้ๆบ้านครับ ส่วนไก่ป่าลูกผสมสายเลือดป่า 75% มีอยู่ 9 ตัวครับอายุได้ 4 เดือนกว่าแล้วทำวัคซีนให้ครบหมดทุกตัวลงกรงใหญ่ได้ 1 เดือนกว่าแล้วครับลูกไก่แข็งแรงดี แต่ก็อนุบาลให้รอดได้ยากพอๆกับลูกไก่ป่าแท้ๆเลยขนาดแยกมาอนุบาลเองแต่เล็กใส่หลอดไฟให้ความอบอุ่น 2 หลอด กรงมุ้งกันยุงอย่างดี โรงเรือนก็อาศัยห้องพักคนที่ว่างๆทำโรงเรือนอย่างดี จาก เกือบๆ 40 ตัว รอดแค่ 9 ตัวไม่เหมือนลูกไก่เลือด 50% ลงมาปล่อยให้แม่ไก่ต่อเลี้ยงเองยังไม่มีตายสักตัวเลยครับ คงเป็นเพราะผมเองไม่ค่อยมีเวลากลับไปดู พ่อผมเองก็มีงานเลยดูแลได้ไม่เต็มที่ครับ...ว่าจะเอาขึ้นมาเลี้ยงที่กทม. ทั้ง 3 ตัวเลยน่าจะดี

_________________
Eos 40D
Ef 18-55 is
Ef 50 f1.8
Tamron sp 70-300 vc
ทุกๆสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเรา ล้วนเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว


Top
 Profile  
 
 Post subject: Re: คาถาไก่เถื่อน
PostPosted: Fri Mar 26, 2010 4:08 pm 
Offline
User avatar

Joined: Thu Oct 18, 2007 12:42 pm
Posts: 1028
Location: Nakorn Sri Thammarat
โทรติดต่อไม่ได้เลยน้องโชค ไว้ว่างๆ จะแวะเข้าไปดู

ที่บ้านได้ไข่ไก่ป่ามา ๕ ฟอง ลุงคนหนึ่งเก็บได้จากสวนยาง ไม่รู้แท้หรือเปล่า

เข้าตู้ฟักล่ะ อีกราวๆ สองอาทิตย์ รู้ผล :D

_________________
เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป - พึงเที่ยวไปผู้เดียวเหมือนนอแรด
Tel. 084-6804792


Top
 Profile  
 
 Post subject: Re: คาถาไก่เถื่อน
PostPosted: Fri Mar 26, 2010 4:18 pm 
Offline
User avatar

Joined: Tue Apr 29, 2008 4:20 pm
Posts: 948
Location: รังสิต,ภูเขาป่าไผ่ จ.ลพบุรี
นายธนาคารเรา พัฒนาไปไกลแล้วหว่ามีตู้ฟักไข่ด้วยดีจังครับ ทีนี้ลูกไก่ป่าก็รอดมากมายครับ ดีๆ

_________________
Eos 40D
Ef 18-55 is
Ef 50 f1.8
Tamron sp 70-300 vc
ทุกๆสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเรา ล้วนเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว


Top
 Profile  
 
 Post subject: Re: คาถาไก่เถื่อน
PostPosted: Sat Mar 27, 2010 2:08 pm 
Offline

Joined: Wed Jan 06, 2010 10:21 am
Posts: 55
สวัสดีครับพี่เจ มีน้องๆและเพื่อนสมาชิกคอยติดตามผลงาน ความสำเร็จของพี่ตลอดเวลาครับและขอแสดงความยินดีกับตำแหน่งนายธนาคารนะครับ


Top
 Profile  
 
Display posts from previous:  Sort by  
Post new topic Reply to topic  [ 27 posts ]  Go to page 1, 2  Next

All times are UTC + 7 hours


Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 0 guests


You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot post attachments in this forum

Search for:
Jump to:  
suspicion-preferred