It is currently Thu Feb 09, 2012 3:55 am

All times are UTC + 7 hours



Welcome
ยินดีต้อนรับสู่ชมรมอนุรักษ์ไก่ป่าไทยWelcome to <strong>thaijunglefowl</strong>.

You are currently viewing our boards as a guest, which gives you limited access to view most discussions and access our other features. By joining our free community, you will have access to post topics, communicate privately with other members (PM), respond to polls, upload content, and access many other special features. Registration is fast, simple, and absolutely free, so please, <a href="/profile.php?mode=register">join our community today</a>!


Post new topic Reply to topic  [ 67 posts ]  Go to page Previous  1, 2, 3, 4, 5
Author Message
 Post subject: Re: พ่อพันธ์ แม่พันธ์ไก่ป่าปี 53
PostPosted: Sat Feb 13, 2010 8:55 pm 
Offline

Joined: Wed Jan 23, 2008 9:37 am
Posts: 579
Location: เชียงใหม่
เรียนคุณราเชน,คุณดงไผ่,คุณปอนด์และท่านสมาชิกชมรมอนุรักษ์ไก่ป่าไทย
คงถึงเวลาแล้วที่ชมรมฯจะต้องมีกิจกรรมรวมใจสมาชิกที่มีใจรัก.. "งานอนุรักษ์ไก่ป่า" ที่เป็นรูปธรรมสักครั้งเพื่อเป็นการรวมใจให้เกิดความรักความเข้าใจเป็นนำ้หนึ่งใจเดียวกัน มีแนวทางในการอนุรักษ์ที่ส่งเสริมซึ่งกันและกันเรียกว่า "ทำงานกันเป็นทีม" ไม่ใช่ต่างคนต่างทำสมาชิกชมรมฯมีเกือบสามร้อย ที่ผ่านมาก็ให้มันผ่านไปเริ่มต้นกันใหม่อย่างมีระบบมีระเบียบก็น่าจะดีจะได้ช่วยกันอนุรักษ์ไก่ป่า,สัตว์ป่า,ป่าไม้และธรรมชาติตามที่ได้ตั้งใจกันไว้แต่เดิม แต่ละท่านล้วนเป็นคนเก่งคนมีความสามารถกันทั้งนั้น อยากให้ฝึกร้องเพลง "รักกันไว้เถิด" ให้อยู่ในใจของทุกๆคน อ่านความคิดเห็นของคุณราเชนแล้ว

>>>>กรณี.. ไก่ป่า ผมคิดว่าก็น่าจะใช้กันได้ ถ้าเราหันมาพัฒนาหรือเพาะพันธ์ไก่ป่าแทน การที่จะออกต่อไก่หรืออุ้มไก่ต่อ เราก็หันมาถือกล้องแทนและเราก็สามารถที่จะไปปลูกฝังการอนุรักษ์ไก่ป่าให้ชาวบ้านได้เต็มที่ ซึ่งก็จะน่าเชื่อถือกว่าการที่เราไปบอกชาวบ้านให้อนุรักษ์ไก่ป่า แต่ในมือเราถือไก่ต่อ หรือว่าเขายังเห็นเราต่อไก่อยู่...
การต่อไก่/ต่อนก ฯลฯ นั้นผมว่าเป็นศาสตร์และศิลปที่ต้องมีอยู่บ้างในกรณีที่เราต้องการตรวจสอบหรือโยกย้ายสายพันธ์
ซึ่งนักอนุรักษ์สัตว์ป่าเขาก็ยังมีการจับสัตว์ป่ามาบ้างเพื่อพัฒนาหรือวิจัยสายพันธ์..
<<<<<

ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าคิดนะหรือว่าท่านอื่นว่าอย่างไร ?...การอนุรักษ์บางครั้งก็คงต้องทำอย่างที่คุณราเชนว่า..แต่ในกรณีที่จำเป็นจริงๆ. มีคำอยู่สองคำที่มีคำแปลเป็นภาษาไทยว่า "ต้องการ" คือ need กับ want

need มีความหมายว่า "มีความจำเป็น" จึงต้องการทำอย่างนั้น,ไม่ทำไม่ได้,มีความรู้จักความพอดีไม่ฟุ่มเฟือย ไม่แสวงหาจนมากเกินความจำเป็น..เป็นต้น.
want มีความหมายว่า "มีความไม่รู้จักพอ" มีความต้องการเรื่อยไปแบบรักสนุก หลงในความเพลิดเพลิน ใช้แบบฟุ่มเฟือย ไม่มีเหตุผลที่สมควร...เป็นต้น.

.....ไม่รู้ว่าพอจะตรงประเด็นที่คุณราเชนให้ความเห็นไว้หรือเปล่า..ท่านสมาชิกชมรมอนุรักษ์ไก่ป่าไทยคงต้องช่วยกันทำงานกันต่อไปอย่างมีเหตุผล และควรเดินไปในทิศทางที่นักอนุรักษ์เช่น "คุณสืบ นาคะเสถียร" ได้ทำไว้เป็นแบบอย่างไก่ป่าไทยจึงน่าจะอยู่คู่เมืองไทย.


Top
 Profile  
 
 
 Post subject: Re: พ่อพันธ์ แม่พันธ์ไก่ป่าปี 53
PostPosted: Sat Feb 13, 2010 9:56 pm 
Offline

Joined: Wed Jan 23, 2008 9:37 am
Posts: 579
Location: เชียงใหม่
เรียนคุณปอนด์
อ่านความคิดเห็นของคุณปอนด์แล้วก็ชื่นชมในความพยายามที่จะช่วยอนุรักษ์ไก่ป่า แต่ขอเสนอแนะนิดเดียวว่า...การอุ้มไก่ต่อเพื่อไปต่อจับไก่ป่า(วัตถุประสงค์เพื่อช่วยชีวิตไก่ป่า)ดูแล้วเป็นการลงทุนที่เสี่ยงเกินไป(เสี่ยงเอาชีวิตเข้าไปแลก)อาจจะไม่คุ้มถึงแม้จะมีความตั้งใจจริงก็ตาม เพราะคุณปอนด์คงสู้พวกพรานปืนไม่ได้แน่นอน กว่าเราจะช่วยได้สักตัวเขาก็ล่าไปหลายตัวแล้ว สรุปแล้วไก่ป่าคงหมดไปจากป่าเพราะพรานปืนและพรานต่อไก่ แต่ถ้าเราเปลี่ยนวิธีโดย "การไม่แข่งกันล่าเป็นการต่างคนต่างหยุดการล่า" ไปหาเขาพูดคุยทำความเข้าใจกับเขา(ล้มปืนหรือหยุดปืน)ให้เขาช่วยกันอนุรักษ์ดีกว่าน่าจะคุ้มกว่า หยุดนักล่าได้หนึ่งคนไก่ป่าคงมีเพิ่มขึ้นอีกหลายตัว แต่ต้องมีสื่อที่ให้เขาเห็นความสวยงามของไก่ป่าประโยชน์ของการอนุรักษ์ไก่ป่าเป็นต้น.(ชมรมฯน่าจะมีสื่อเช่น vdo,vcd,vtr,สมุดภาพฯลฯให้สมาชิกเป็นอุปกรณ์สำหรับการเปิดใจในการชักชวนให้พวกพรานทั้งหลายเปลี่ยนใจหันมาอนุรักษ์ไก่ป่าแทนการล่า) leica team ได้ทำตามวิธีการแบบนี้ได้ผลมาแล้ว.ทั้งกำนัน,ผู้ใหญ่บ้าน, อบต.ชาวบ้านให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี. และวันนี้กำลังวางแผนนัดแนะกับจนท.ตำรวจในทีมงานที่รู้จักสนิทกับนักล่าตัวยงที่ล่าไก่ป่าได้ปีละหลายสิบตัว ช่วยชักชวนนักล่าด้วยไก่ต่อไปสาธิตการต่อไก่ป่าให้ดูเพื่อจะถ่ายภาพภายในอาทิตย์หน้า. (เป็นกุศโลบายเพื่อเอามาเกลี่ยกล่อมให้หันมาช่วยกันอนุรักษ์ไก่ป่าแทนการล่า) คุณปอนด์และท่านสมาชิกท่านอื่นๆลองเอาไปใช้ก็ได้.


Top
 Profile  
 
 Post subject: Re: พ่อพันธ์ แม่พันธ์ไก่ป่าปี 53
PostPosted: Sun Feb 14, 2010 2:17 am 
Offline

Joined: Thu Feb 14, 2008 11:44 pm
Posts: 317
ผมขอสนับสนุนเรื่องสื่อที่จะชักชวนแนวร้วมครับ เพาะขณะที่ผมทำอยู่นี้ก็มีชาวบ้านหลายคนเขาก็สนใจอยู่เหมือนกัน แต่ยังขาดคู่มือหรือการชักนำที่ดีๆนาเชื่อถือเท่านั้นเอง เพราะใช่ว่าทุกบ้านจะมีอินเตอร์เน็ดใช้ค้นคว้ากันทุกคน ในข้อนี้ผมก็ยังคิดอยู่เลยว่าน่าจะมีคูมือหรืออะไรซักอย่างเป็นเล่มเล็กๆไม่ต้องมีพืธีรีตองอะไรมาก ขอแค่ตัวหนังสือที่มีเนื้อหา ที่คนบ้านๆอ่านแล้วเข้าใจง่ายสามารถทำตามได้ แต่ในกรณีนายพรานนั้น ถ้าจะเปลี่ยนแนวคิดก็คงต้องใช้เวลาหน่อยเพราะเขาก็เคยล่ามาแต่ใหนแต่ไรแล้ว คิดเอาง่ายๆว่าจนเกิดเป็นตำราไก่ต่อได้เชียวแหละ ผมเองก็เคยคิดอยู่เหมือนกันนะว่าสิ่งที่ผมกำลังรักนี้ ทำไปเพื่ออะไร ที่ลงทุนไปทุกอย่างไม่เคยแม้แต่นิดเดียวที่จะหวังผลกำไร คิดแค่อย่างเดียวว่า ปีหน้า จะมีไก่ป่าเพิ่มกี่ตัว ลดลงกี่ตัว ก็รูทั้งรู้ว่าเราไม่ได้อะไรแต่ก็ยังทำมันต่อไปโดนไม่สนใจ แต่ที่ได้แน่ๆคือความสุข หากผมได้ยินเสียงไก่ต่อขนเขา ผมมักจะอดไม่ได้ที่จะเดินไปดูแล้วทำให้ไก่ป่าที่กำลังจะหลงกล ตกใจแล้วบินหนีไป ไก่ป่าฉลาดมาก มันจะจำเสียงไก่ต่อตัวนั้นได้ทันที แล้วจากนั้นมันก็จะรู้ของมันเอง พอวันหลังได้ยินเสียงไก่ตัวเดิม มันก็จะไม่เข้าไปใกล้อีก แต่ยังไงซะ ผมคนเดียวก็คงดูแลไก่ทั้งเขาไม่ได้อยู่ดีแต่อย่างน้อยก็ขอได้ทำ ดีกว่าอยู่นิ่งเฉยๆครับ

ผมเองเชื่อเลยว่าหลายคนที่เข้ามาบอร์ดนี้ ครั้งแรก ก็ไม่ได้มีแนวคิดที่จะอนุรักษ์ แต่จะเข้ามาหาข้อมูลการล่ามากกว่า แต่พอศึกษาไปซักพักก็จะเริ่มรู้สึกรักและที่ตามมาคือ ไม่อยากล่าแต่อยากเลี้ยง แล้วต่อมาก็จะหาไก่จากชมรมคำพูดที่ว่า "ท่านใดพอมีแบ่งให้บ้าง" อันนี้สามารถพบบ่อยมากไม่เชื่อก็ลองไปหาดู(ไม่ขอยกประเด็นมาเดี้ยวจะไปกระทบท่านอื่น)จากนั้น พอหาไม่ได้ก็ต้องหาด้วยตัวเอง และโดยส่วนมากมักจะหาไม่ได้เพราะยังไม่มีความไว้เนื้อเชื่อใจ แล้วก็กลายเป็นสิ่งที่กำลังถกเถียวกันอยู่ในตอนนี้ หลายท่านที่เลี้ยงไก่ป่า ทุนเดิมนั้นก็เริ่มจากจุดนี้หรือต่างจากนี้บ้างต่างกันไป แต่ในที่สุดเมื่อได้มาแล้ว พอแล้ว ตัวเองไม่ได้อยู่ในสภาวะล่าแล้ว คนที่กำลังล่าจึงถูกมองว่าไม่ดี ท่านที่เคยเป็นอย่างนี้มา อาจจะไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้ไม่ขอยุ่งเรื่องนี้ เพราะในที่สุดมันก็จะย้อนเข้าตัวเอง อันนี้ก็ไม่ว่ากัน พวกเราอาจจะปฏิเสธไม่ได้ว่าพวกเราเองนี้แหละคือนักล่าเพาะคนที่รู้เรื่องไก่ป่ามากที่สุดก็คือพวกเราๆเนี่ยแหละ แต่มันต่างกันตรงที่ว่าจะนำเอาความรู้เหล่านี้ไปใช้ในทางใหนเท่านั้นเอง ถ้านำไปใช้ในทางที่ดีก็ถือว่าดี แถ้หากมีผู้ที่แอบแฝงนำไปใช้ในทางที่ไม่ดี มันก็จะกลายเป็นดาบสองคมในทันที

_________________
_____________________
...มานะคึกคัก


Top
 Profile  
 
 Post subject: Re: พ่อพันธ์ แม่พันธ์ไก่ป่าปี 53
PostPosted: Sun Feb 14, 2010 9:46 am 
Offline

Joined: Wed Jan 23, 2008 9:37 am
Posts: 579
Location: เชียงใหม่
Quote:
ผมเองเชื่อเลยว่าหลายคนที่เข้ามาบอร์ดนี้ ครั้งแรก ก็ไม่ได้มีแนวคิดที่จะอนุรักษ์ แต่จะเข้ามาหาข้อมูลการล่ามากกว่า แต่พอศึกษาไปซักพักก็จะเริ่มรู้สึกรักและที่ตามมาคือ ไม่อยากล่าแต่อยากเลี้ยง แล้วต่อมาก็จะหาไก่จากชมรมคำพูดที่ว่า "ท่านใดพอมีแบ่งให้บ้าง" อันนี้สามารถพบบ่อยมากไม่เชื่อก็ลองไปหาดู(ไม่ขอยกประเด็นมาเดี้ยวจะไปกระทบท่านอื่น)จากนั้น พอหาไม่ได้ก็ต้องหาด้วยตัวเอง และโดยส่วนมากมักจะหาไม่ได้เพราะยังไม่มีความไว้เนื้อเชื่อใจ แล้วก็กลายเป็นสิ่งที่กำลังถกเถียวกันอยู่ในตอนนี้ หลายท่านที่เลี้ยงไก่ป่า ทุนเดิมนั้นก็เริ่มจากจุดนี้หรือต่างจากนี้บ้างต่างกันไป แต่ในที่สุดเมื่อได้มาแล้ว พอแล้ว ตัวเองไม่ได้อยู่ในสภาวะล่าแล้ว คนที่กำลังล่าจึงถูกมองว่าไม่ดี ท่านที่เคยเป็นอย่างนี้มา อาจจะไม่อยากพูดถึงเรื่องนี้ไม่ขอยุ่งเรื่องนี้ เพราะในที่สุดมันก็จะย้อนเข้าตัวเอง อันนี้ก็ไม่ว่ากัน พวกเราอาจจะปฏิเสธไม่ได้ว่าพวกเราเองนี้แหละคือนักล่าเพาะคนที่รู้เรื่องไก่ป่ามากที่สุดก็คือพวกเราๆเนี่ยแหละ แต่มันต่างกันตรงที่ว่าจะนำเอาความรู้เหล่านี้ไปใช้ในทางใหนเท่านั้นเอง ถ้านำไปใช้ในทางที่ดีก็ถือว่าดี แถ้หากมีผู้ที่แอบแฝงนำไปใช้ในทางที่ไม่ดี มันก็จะกลายเป็นดาบสองคมในทันที


เรียนคุณปอนด์
" การเริ่มต้นที่ดี เท่ากับ กำความสำเร็จไปแล้วเกินครึ่ง " การเริ่มต้นทำงานด้านอนุรักษ์ไม่จำเป็นจะต้องมาจากนักล่ามาก่อนเสมอไป ถึงจะเป็นผู้รู้ ผู้เชี่ยวชาญ และเป็นผู้สำเร็จในการทำงานได้. การเริ่มต้นทำงานด้านอนุรักษ์อาจจะเริ่มต้นด้วยเห็นการล่า การเบียดเบียนชีวิต การรังแกสัตว์เหล่านั้นแล้วเกิดเมตตาจิต แล้วมีจิตอยากช่วยเหลือสัตว์ให้พ้นภัยก็เป็นอีกหนทางหนึ่งของการเริ่มต้นทำงานด้านอนุรักษ์. แหล่งของความรู้ถ้าเริ่มต้นศึกษาจากแหล่งความบริสุทธิ์ ความใส จะเป็นความรู้ที่ไร้ขอบเขต กว้างขว้าง เป็นความรู้ที่ตรงกันข้ามกับวิชามาร วิธีการทำงานก็จะเป็นวิธีการที่ตรงกันข้ามกับผู้ที่เริ่มต้นมาจากนักล่ามาก่อน แต่ทั้งสองทางจากการเริ่มต้นที่แตกต่างกันก็สามารถทำงานร่วมกันได้ เหมือนผู้ที่เคยหลงผิดแล้วคิดกลับใจมาช่วยกันพัฒนาชาติแต่ต้องไม่ย้อนกลับไปทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้องอีกเป็นต้น. การทำงานด้านอนุรักษ์สิ่งที่เราได้คือความสุขใจ ความปีติใจ ที่เกิดจากบุญกุศลจากการได้ช่วยให้สัตว์พ้นจากความตาย มีความเป็นอยู่อย่างอิสระตามธรรมชาติของเขา เราได้ช่วยให้สัตว์ได้รอดพ้นจากที่คุมขังปลดปล่อยให้เขาได้ไปใช้ชีวิตที่อิสระตามธรรมชาติดั้งเดิมของเขานี่เเหละคือการอนุรักษ์ที่บริสุทธิ์อย่างแท้จริง การนำไก่ป่ามาจากป่าเอามาเลี้ยงเพราะเพียงแค่ชื่นชอบในความสวยงามของไก่ป่า หลงไหลในรูปร่าง หลงไหลในเสียงขันอันไพเราะก็ไม่ชื่อว่าเป็นการอนุรักษ์ เป็นเพียงแค่ " ผู้รักไก่ป่า ผู้ชื่นชอบไก่ป่า " เท่านั้น. แต่ผู้อนุรักษ์ที่แท้จริงต้องมีจิตที่เลยไปกว่านั้นคือต้อง มีหัวใจที่ประกอบไปด้วยความรู้ความเข้าใจในความเสมอภาคของทุกชีวิตในโลกใบนี้ และต้องให้โอกาสกับผู้ด้อยโอกาสหรือผู้ที่อ่อนแอกว่าไม่ลุแก่อำนาจหรือโอกาสที่เรามีเหนือกว่าสัตว์เหล่านั้นเพียงแค่ ติดในรูป ติดในเสียงฯลฯ. ต้องดำรงค์เผ่าพันธุ์ดั่งเดิมของสัตว์ร่วมโลกให้เขาสามารถมีชีวิตที่เป็นอิสระตามวิถีชีวืตของเขาตามธรรมชาติ เพราะฉะนั้นการนำไก่ป่ามาเลี้ยงในโรงเลี้ยงก็ต้องด้วยความจำเป็นเท่านั้น และต้องมีเหตุผลที่เหมาะสมเช่นหยุดการล่าไม่ได้ผล(แต่ต้องพยายามทำแล้ว) ป่าถูกทำลายจนสัตว์ไม่มีที่อยู่อาศัยเป็นต้น.และต้องมีความพร้อมหลายๆอย่างประกอบการอนุรักษ์ในโรงเลี้ยงเช่นโรงเลี้ยงต้องดีพอเหมาะสมที่สามารถจะอนุรักษ์ให้คงอยู่และสามารถพัฒนาให้การเจริญพันธุ์ขยายมากขึ้นเพื่อเมื่อมีโอกาสก็ปล่อยให้เขากลับไปใช้ชีวิตตามธรรมชาติดั้งเดิมของเขา และต้องไม่มีจิตแอบแฝงเกี่ยวกับการค้าเป็นต้น. การอนุรักษ์ไก่ป่าทำได้หลายวิธีไม่จำเป็นต้องนำไก่มาเลี้ยงก็สามารถช่วยเหลือสนับสนุนงานด้านอนุรักษ์ได้ ขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละบุคลค แต่ละพื้นที่ แต่ละโอกาส.ให้เลือกกันช่วยเหลือตามความเหมาะสมและความสามารถถ้าทำได้อย่างนี้ชมรมอนุรักษ์ไก่ป่าคงไม่มีวันดับ.
...ฝากความหวังไว้กับคนไทยทุกคนโดยเฉพาะสมาชิกชมรมไก่ป่าไทยทุกท่าน...

ด้วยความปราถนาดี

...จาก leica team.


Top
 Profile  
 
 Post subject: Re: พ่อพันธ์ แม่พันธ์ไก่ป่าปี 53
PostPosted: Sun Feb 14, 2010 11:49 am 
Offline

Joined: Sun Nov 29, 2009 8:00 am
Posts: 96
:) แนวทางอนุรักษ์ของทีม Leica ผมคิดว่าก้าวหน้ากว่าที่เราคิดมากครับ การสื่อสารเจาะถึงผู้นำชุมชน,หมู่บ้าน การให้ข้อมูล
ข่าวสารการติดต่อสื่อสารโดยตรงถึงกลุ่มเป้าหมายจะได้ผลดีกว่าแผ่นปลิว ซีดี หรือวีดีโอ ยิ่งอินเตอร์เน็ตไม่ต้องเรียกหาชาวบ้าน
จริงๆ ไม่มีหลอกครับ

ไม่ทราบว่า Leica Team ทำหรือยังครับแนวคิดในการทำปฏิทินไก่ป่าแจกกลุ่มเป้าหมาย เน้นให้ข้อมูลความแตกต่างเกี่ยวกับ
ไก่ป่าแท้กับไก่ป่าลูกผสม เพื่อให้ชาวบ้านมีความรู้มากขึ้นและช่วยกันอนุรักษ์เผ่าพันธุ์ไก่ป่า ให้ยั่งยืน ต่อไปผืนป่าก็จะเป็นแหล่ง
ท่องเที่ยวสำหรับนักดูนกและอนุรักษ์ธรรมชาติ
ผมคิดว่ามีหลายคนที่อยากจะสนับสนุนด้านทุนทรัพย์และช่วยกันเผยแผ่ไปยังกลุ่มเป้าหมาย เพราะสมาชิกเรามีทั่วทุกภาค

สุดท้ายขอให้คุณสมหมายมาให้ความรู้กับเราเหมือนเดิมนะครับ. :lol:


Top
 Profile  
 
 Post subject: Re: พ่อพันธ์ แม่พันธ์ไก่ป่าปี 53
PostPosted: Sun Feb 14, 2010 1:35 pm 
Offline

Joined: Wed Jan 23, 2008 9:37 am
Posts: 579
Location: เชียงใหม่
เรียนคุณRachan
การสื่อสารประชาสัมพันธ์มีความจำเป็นที่จะต้องมีสื่อหลายประเภท ไม่ว่าแผ่นพับ,ปฏิทิน,cd,ฯลฯ. ต่างก็มีประโยชน์ทั้งสิ้นอาจ ใช้ต่างกลุ่มเป้าหมาย ต่างกรรมต่างวาระกัน.ขึ้นอยู่กับโอกาสที่เราจะใช้กับ กลุ่มคน สถานที่ เวลา จะเป็นตัวบ่งบอกความเหมาะสมในการใช้สื่อ.การหาแนวร่วมที่จะมาช่วยงานด้านอนุรักษ์มีกลุ่มคนทุกระดับ ต่างอาชีพ ต่างความรู้ ต่างเพศ ต่างวัย บุคคลเหล่านี้สามารถช่วยงานชมรมฯได้ทั้งสิ้น. แนวคิดในการทำสื่อเคยมีมาแล้ว เคยทำจนกระทั่งติดต่อแหล่งเงินทุน(สปอนเซ่อร์),โรงพิมพ์ฯลฯ.มาแล้ว แต่มีสมาชิกเห็นด้วยน้อยก็เลยได้แต่นิ่งๆ..leica team เป็นเพียงกลุ่มเล็กๆที่บังเอิญได้เข้ามาเจอ webนี้เข้า. แต่ก็มีความยินดีที่พร้อมจะให้การสนับสนุนงานชมรมฯ แต่ต้องขอเรียนคุณราเชนว่าเราไม่ใช่ตัวหลักของชมรมฯ เราแค่เพียง ๒-๓ เสียงเราจึงไม่สามารถผลักดันงานตรงนี้ออกมาได้ เพราะการทำสื่อต้องเป็นงานของชมรมฯที่ต้องทำออกมา งานนี้คงต้องเป็นภาระหน้าที่ของผู้บริหารงานชมรมฯ คุณราเชนลองย้อนเข้าไปดูกระทู้เก่าๆก็จะเจอว่ามีการนำเสนอกันมากมายไม่ว่าจะเป็น หนังสือไก่ป่า,ปฏิทินไก่ป่า,รูปไก่ป่าต้นแบบ,เสื้อชมรมไก่ป่า ฯลฯ.
...ตอบคุณราเชนกรณีคุณสมหมาย...คุณสมหมายทำงานอนุรักษ์ไก่ป่าร่วมทีมกับ leica team แบบชนิดหลังชนฝา(ไม่ไช่หัวชนฝา) ไม่ถูกต้องตามครรลองคลองธรรมไม่ทำเด็ดขาด เขาไม่ได้เริ่มต้นมาจากนักล่า แต่เริ่มต้นมาจากทนเห็นการล่าไม่ได้ จึงมีความมุ่งมั่นในการอนุรักษ์ งานทุกอย่างทำแบบประนีต ละเอียด จึงประสบความสำเร็จอย่างงดงาม ไม่แพ้นักอนุรักษ์มืออาชีพเลย.หวังว่าคุณราเชนคงเข้าใจประเด็นที่เกิดขึ้น.

หมายเหตุ. leica team คงมีเวลาที่จะร่วมส่งเสริมสนับสนุนงานอนุรักไก่ป่า " ของชมรมอนุรักษ์ไก่ป่าไทย " ได้ในช่วงเวลาสั้นๆ จากนี้ไปก็ไม่มั่นใจว่าจะมีโอกาสเหมื่อนช่วงเวลาที่ผ่านมาหรือไม่. อยากเห็นและมีความตั้งใจ..ที่ต้องการเห็นงานอนุรักษ์ไก่ป่าของชมรมฯ.ขับเคลื่อนเป็นรูปธรรมออกสู่สังคมอย่างกว้างขวางจะได้มีแนวร่วมจากหลายๆกลุ่ม ในวันข้างหน้าอาจจะพัฒนากลายเป็นสมาคมหรือมูลนิธิฯถ้าทำกันจริงๆจัง. แต่จะสำเร็จได้ไหมหนอ.? และก็ไม่รู้ว่าชาวชมรมอนุรักษ์ไก่ป่าไทยจะมีการทำงานด้านอนุรักษ์ไก่ป่ากันไปแค่ไหน.? หรือเพียงแค่คุยกันเพลินๆเล่นๆสนุกๆไปเรื่อยๆ .กันไปพลางๆก่อน..?


Top
 Profile  
 
 Post subject: Re: พ่อพันธ์ แม่พันธ์ไก่ป่าปี 53
PostPosted: Mon Feb 15, 2010 8:15 pm 
Offline

Joined: Thu Feb 14, 2008 11:44 pm
Posts: 317
:wink: เป็นอย่างที่คิดไว้จิงๆแฮะ มิน่า

_________________
_____________________
...มานะคึกคัก


Top
 Profile  
 
Display posts from previous:  Sort by  
Post new topic Reply to topic  [ 67 posts ]  Go to page Previous  1, 2, 3, 4, 5

All times are UTC + 7 hours


Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 0 guests


You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot post attachments in this forum

Search for:
Jump to:  
cron
suspicion-preferred