ขณะกำลังฟักไข่ ต้องยึดไว้แน่นหนา
มิติดั่งเดิม
เปิดกล่องดำ (แต่เป็นสีขาว)
กล่องอันนี้เมื่อเปิดรื้อถุงขยะสีดำที่ห้อหุ้มออก ก็จะพบเครื่องฟักไข่รีไซเคิ้ลสีขาวสะอาดอยู่ข้างใน
แต่เดิมมันคือตู้เย็น+ตู้อุ่นอีเล็กทรอนิกชนิดที่ไม่มีคอมเพรสเซ่อร์ ด้านหลังประกอบไปด้วยวงจรจ่ายไฟสู่ฮีตเต่อร์เพื่อทำให้เกิดความร้อน และตัวถ่ายเทประจุไฟฟ้าหรืออะไรนี่แหละที่ทำให้เกิดความเย็น มันจะเย็นแค่ 20 องศาเซลเซียส หรือร้อน 60 องศาเซลเซียส เท่านั้น หากซื้อมาใหม่ ๆ
ด้านหลัง
ของเดิมใช้ไฟ DC ก็ได้
ใช้ไฟได้ทั้ง A.C. 220 โวล์ท หรือ D.C. 12 โวล์ท
เมื่อมันป่วยมันเสียไม่ทำงานตามที่ต้องการก็กลายเป็นขยะ
เจ้าของร้านซ่อมเครื่องไฟฟ้าในหมู่บ้านให้มาฟรี ๆ พร้อมอุปกรณ์ควบคุมความร้อน หรือตัวตัดต่อไฟเก่าอีกอันหนึ่ง
เขาอธิบายการต่อระบบจ่ายไฟผ่านอุปกรณ์ควบคุมการปิดเปิดไฟให้ความร้อนตู้แล้วก็บอกว่า "รื้อเองนะ ตัดต่อเจาะไปเลย ผมให้"
แผ่นสีเงิน ๆ คือฮีตซิ้งค์
เมื่อแกะฝาหลังพบว่ามีฮีตซิงค์แบบที่ใช้เป็นตัวระบายความร้อนชิพคอมพิวเตอร์ แต่ตัวใหญ่มาก มีพัดลมเป่าเพื่อกระจายความร้อน หรือดูดความร้อนเพื่อให้เกิดความเย็น จึงเอามันออกมาเป็นตัวส่งผ่านความร้อนจากหลอดไฟฟ้าในตู้
โดยวางไว้เหนือหลอดไฟ 60 วัตต์ (จะใช้ 100 วัตต์ หรือต่ำกว่านี้ก็ได้) ให้ความร้อนจากหลอดไฟฟ้าบ่มให้ตัวฮีตซิ้งค์อลูมิเนี่ยมที่อุดมไปด้วยคลีบนี้ค่อย ๆ คลายความร้อนออกมา
ด้านล่างหลอดไฟก็นำอ่างน้ำมาวางไว้ ให้เกิดการระเหย ไอน้ำที่ระเหยนี้ก็มีความร้อนด้วย เมื่อความร้อนจากฮีตซิ้งค์+กับความชื้นจากไอน้ำ ก็ทำให้สภาวะภายในตู้นี้เหมาะสมต่อการฟักไข่
ตัวตัดต่อไฟ หรือเทอร์โมคอนโทรล
วางตัวเซนเซ่อร์อุณหภูมิของเครื่องตัดต่อไฟฟ้าไว้ใกล้ ๆ หรือบนฮีตซิ้งค์ ความร้อนลดลงเมื่อไหร่ไฟฟ้าก็จะถูกต่อครบวงจร เพื่อบ่มให้ฮีตซิ้งค์เก็บอมความร้อนไว้เพื่อให้ภายในตู้ร้อนขึ้นมาใหม่ ไฟฟ้าจะติด ๆ ดับ ๆ ตามสภาวะอากาศข้างนอกที่เปลี่ยนแปลงด้วย
ฮีตซิ้งค์คือตัวเก็บอม และคลายความร้อน
หากเป็นหน้าฝนถ้าฝนตกหรือกลางคืนที่อากาศเย็นลงก็อาจต่อไฟสว่างบ่อยขึ้น สำหรับตู้เล็ก ๆ นี้ ไฟจะติด ประมาณ 3 นาที ทุก ๆ ครึ่งชั่วโมง หรืออย่างเร็วก็ 25 นาที (ถ้าเป็นหน้าหนาวก็คงต่อไฟบ่อยขึ้น) เนื่องจากตู้นี้เก็บความร้อนได้ดี ผนัง 4 ด้านรวมทั้งประตูเป็น 2 ชั้น มีโฟมอยู่ตรงกลางหนาประมาณ 1 นิ้ว ผนังด้านหลังเป็นแผ่นเหล็กชั้นเดียวไม่มีโฟม
(...เหตุที่ต้องเจาะประตูก็เพราะว่ามันเป็นพลาสติกทั้ง 2 ด้าน ส่วนผนังอื่น ๆ ด้านในเป็นเหล็กแผ่น เพื่อการกระจายความร้อน และดูดความร้อนออกให้ในตู้กลายเป็นความเย็น นี่หมายถึงการทำงานเดิม ๆ ของมัน)
...ฝาตู้ด้านล่างเจาะช่อง 1 นิ้ว ให้ลมเย็นไหลเข้า ด้านบนฝาเจาะรูใหญ่กว่า คือหนึ่งนิ้วครึ่ง ให้ลมร้อนค่อย ๆ ระบายออก ตู้จึงมีการถ่ายเทอากาศตลอดเวลา เนื่องจากไข่ที่กำลังฟักต้องการอ๊อกซิเจนอย่างพอเพียงตลอดเวลา ยิ่งตอนที่ลูกเจี๊ยบเจาะไข่ และออกจากไข่แล้วหากอากาศไม่ถ่ายเทขาดอ๊อกซิเจนลูกเจี๊ยบก็ต้องขาดใจตาย
เจาะประตู 2 รู
ไม่มีพัดลม อาศัยหลักการถ่ายเทอากาศร้อนขึ้นบนตามธรรมชาติ เหมือนการทดลองในห้องวิทยาศาสตร์สมัยเป็นนักเรียนมัธยมต้น ที่ใช้ควันธูปจ่อรูด้านล่างตู้กระจก แล้วนักเรียนก็จะเห็นควันนั้นไหลไปออกช่องด้านบน
จากหลักการง่าย ๆ นี้ก็เอามาใช้กับตู้เล็ก ๆ ได้ผลดี
แต่หากเป็นตู้ใหญ่ ๆ ความจุมาก ๆ กว้าง ๆ ต้องใช้พัดลมเล็ก ๆ ติดตั้งไว้ภายในตู้ เพื่อช่วยทำให้อากาศร้อนพร้อมกับความชื้นที่เหมาะสมกระจายไปทั่วทุกซอกมุมของเครื่องฟักไข่ ซึ่งผมยังไม่เคยทำ แต่ได้ดูตัวอย่างจากของจริงมาแล้ว เป็นตู้ที่มินิฟาร์ม ราคา 10,000 บาท ฟักไข่ได้ 200 ฟอง กลับไข่อัตโนมัติ
ส่วนแหล่งตัวอย่างอื่น ๆ ก็ค้นดูของชาวต่างประเทศในอินเตอร์เน็ท ซึ่งมีมากมายหลายแบบ
แต่ชาวบ้านฝรั่งส่วนมากทำคล้าย ๆ ระบบที่ผมทำนี่แหละครับ
ตะแกรงร่อนแป้ง นำมาวางไข่ในตู้ฟักได้ดีเยี่ยม
ตะแกรงร่อนแป้ง เอามาทำเป็นคอกกั้นไก่แรกเกิด ที่เดินไม่แข็งแรง ตัวนี้กำลังแก้ไขนิ้วตีนที่บิดพับให้ตรง
อุปกรณ์ประกอบอื่น ๆ ก็หยิบเอามาจากตู้ในห้องครัว ก็มีตะแกรงร่อนแป้งสีเหลือง อย่างที่เห็น โดยตัวตะแกรงเป็นตาข่ายลวดอย่างดีแบบถี่มากหน่อย แต่อากาศผ่านได้สบาย นำสายไฟฟ้าขนาด 2 หุนมาตัดเป็นท่อน ๆ แล้วดัดให้เป็นรูปวงรี เพื่อเป็นฐานวางไข่ (โดยวางด้านแหลมลงล่าง ด้านป้านที่มีช่องฟองอากาศอยู่ด้านบนแบบนี้ตลอดเวลา)ให้ไข่เอียง 45 องศา ตามตำรา และไม่กลิ้งเลื่อนไปไหน เมื่อเปิดฝาตู้ออกเพื่อกลับไขก็ใช้วิธีหมุนไข่ให้ด้านล่างขึ้นมาอยู่ด้านบน ทำ 4-5 ครั้งต่อวัน
ตำแหน่งการวางอุปกรณ์ ถูกบังคับด้วยพื้นที่ที่คับแคบ
เพื่อความมั่นใจก็ติดเทอร์โมมิเตอร์สัก 2 ตัว และอย่าลืมหาเครื่องวัดความชื้นใส่ไว้ในตู้อีกด้วย
ไข่ทุกฟองเมื่อเก็บจากเล้า หรือกรงไก่ให้เช็ดด้วยแอลกอฮอล์เสียก่อน แล้วเก็บรวบรวมไว้ เมื่อได้จำนวนมากภายใน 6-7 วัน อย่าให้เกิน 7 วัน ให้นำเข้าตู้ฟักเป็นชุด ๆ พร้อม ๆ กัน ไข่ทุกฟองต้องเขียนวันที่เก็บด้วยดินสอไว้เพื่อเตือนความจำ และเมื่อนำเข้าตู้ไข่ชุดเดียวกันก็ต้องทำเครื่องหมายหรือวันที่เข้าตู้ไว้ด้วย เพื่อจะได้รู้ว่าลูกเจ๊ียบจะออกจากไข่ หรือลูกเจี๊ยบจะเจาะเปลือกไข่วันไหน
ถ้าสภาวะต่าง ๆ ในตู้ฟักสมบูรณ์ คือความชื้น 55-60 ไม่เกิน 70 เปอร์เซนต์ อุณหภูมิ 37.5-38.5 องศาเซลเซียสโดยเฉลี่ยให้ใกล้เคียงตลอดช่วงการฟัก ลูกเจี๊ยบจะเริ่มเจาะใกล้ ๆ วันที่ 18 หรือวันที่ี 17 แล้วคลอดออกมาเดินได้ในวันที่ 19
ลูกไก่ป่า หรือไก่ต่อที่มีสายเลือดสูงหน่อยจะตรงเวลา คือ 19 วัน ออกมาเดินได้แน่นอน
ทุกตัวที่ผมฟักเป็นตัวมีมาดเป็นแบบนี้
แต่ถ้าเป็นไก่ซารามอ ไก่แจ้ ไก่ชนหรือไก่บ้านทั่ว ๆ ไป จะใช้เวลา 21 วัน
ถ้าความร้อนสูงเกินไปลูกเจี๊ยบออกมาจะขนเกรียม ๆ จะหักร่วงออกมาจากตัวลูกเจี๊ยบสังเกตเห็นชัดเจน
...การที่เรากลับไข่ด้วยมือทำให้สามารถตรวจสอบน้ำในตู้ว่ายังมีอยู่หรือไม่ อย่าให้แห้งอย่างเด็ดขาด
...ตู้เล็ก ๆ ที่ฝรั่งทำมือ ทำเองส่วนมาก หรือทั้งหมดไม่มีฮีตซิ้งค์ นี่เป็นเทคนิคเฉพาะตู้นี้ที่มันมีมาโดยบังเอิญ
...ท่านสามารถนำกล่องหรือตู้อะไรก็ได้ที่เก็บความร้อนได้ดี โดยเฉพาะกล่องโฟมมาทำตู้ฟักได้อย่างดีทีเดียว
...ขอให้ท่านที่สนใจในการฟักไข่ไก่ หรือไข่สัตว์ปีกทั้งหลายโชคดี
ชื้นส่วนรื้อเก็บใส่กล่องดำ แต่สีขาว
ภาพสุดท้ายพี่ใหญ่ราวีเจ้าจิ๋ว แม้ว่าจะพยายามป้องกันเต็มที่ แต่ตอนนี้เป็นคู่หูกันไปแล้ว
