It is currently Mon Feb 06, 2012 6:02 am

All times are UTC + 7 hours



Welcome
ยินดีต้อนรับสู่ชมรมอนุรักษ์ไก่ป่าไทยWelcome to <strong>thaijunglefowl</strong>.

You are currently viewing our boards as a guest, which gives you limited access to view most discussions and access our other features. By joining our free community, you will have access to post topics, communicate privately with other members (PM), respond to polls, upload content, and access many other special features. Registration is fast, simple, and absolutely free, so please, <a href="/profile.php?mode=register">join our community today</a>!


Post new topic Reply to topic  [ 37 posts ]  Go to page Previous  1, 2, 3  Next
Author Message
 Post subject:
PostPosted: Thu Aug 20, 2009 1:35 pm 
Offline
User avatar

Joined: Thu Oct 18, 2007 4:04 pm
Posts: 1700
Location: Bangkok, Thailand
ว้า...อย่าเพิ่งจบสิครับ กำลังสนุกเลย เขียนต่อเรื่องชีวิตน้อยๆของไก่ต่อก็ได้ครับ จะรออ่าน

_________________
.....สร้อยแสงแดงพระพาย ขนเขียวลายระยับ ปีกสลับเบญจรงค์ เลื่อมไหล่ยงค์ หงส์สะบัด.....


Top
 Profile  
 
 
 Post subject: ยืดอีกหน่อย
PostPosted: Fri Aug 21, 2009 7:47 am 
Offline
User avatar

Joined: Wed Oct 01, 2008 4:16 am
Posts: 202
Location: อ.ปง จ.พะเยา,กทม.
:D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D

4 คัมภีร์มีขายตามร้านหนังสือเก่า
Image

เบื้องหลังการถ่ายทำ

ก่อนที่ผมจะกล้าทำคลอด หรือช่วยแกะเปลือกไข่ เพื่อช่วยให้ลูกเจี๊ยบสามารถดันตัวออกมาได้นั้น มีเบื้องหลังการถ่ายทำ หรือความรู้เคล็ดลับที่ผมแสวงหาจากหลายแห่ง ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของมินิฟาร์มที่เขาเพาะไก่ฟ้า ไก่จุกมาพอสมควร จากเว็บไก่ต่าง ๆ และจากหนังสืออีก 3-4 เล่ม ที่ไปหาซื้อมา

Image

Image

โดยเฉพาะหนังสือไก่ซารามอ ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับลำดับการเจริญของไก่ ตั้งแต่อยู่ในตู้ฟัก จนออกมาเดินได้ เรื่องอาหารไก่ เรื่องโรค เรื่องวัคซีนต่าง ๆ

Image

Image

ส่วนหนังสือเรื่องไก่ฟ้า ก็เป็นอีกเล่มหนึ่งซึ่งบอกวิธีการต่าง ๆ มีบทสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ แม้ไม่มีรายละเอียดเกี่ยวกับการฟักมากนักก็ให้ความรู้มากเหมือนกัน


Image

Image

หนังสือเรื่องนกยูง แม้ไม่ใช่เรื่องของไก่ แค่หนังสือเล่มนี้มีรายละเอียดการฟักอย่างเต็มพิกัด บอกวิธีแก้ปัญหาต่าง ๆ วิธีช่วยแกะเปลือกไข่ช่วยให้สามารถเกิดออกมาได้ และวิธีแก้ไขไก่ที่ผิดปรกติ เช่นการสอนให้มันเดิน การแก้ไขนิ้วตีนลูกเจี๊ยบที่ต้องใช้เทปแปะเพื่อให้เดินปรกติ ตลอดจนอาหาร และโรค แถมมีบทสัมภาษณ์ผู้ทำกิจการฟาร์มนกยูงอย่างใหญ่โตอย่างละเอียดอีกด้วย
ทำให้รู้ว่าหากไก่ไม่สมบูรณ์ไม่ควรเลี้ยง ต้องกำจัดแต่เนิ่น ๆ ต้องโหดหน่อย ๆ เป็นต้น


Image

Image

หนังสือเรื่องไก่ชน ให้ความรู้เรื่องการผสมพันธุ์ไก่ได้ดีเยี่ยม ทำให้ผมเลือกผสมแบบไคลแมกซ์เฉพาะช่วงเย็น เวลาอากาศเย็น ๆ ทุก ๆ วัน วันละครั้ง โดยไม่ปล่อยให้ผสมมั่ว ๆ ซึ่งจะทำให้ยีนที่ดี ๆ จากพ่อ-แม่พันธุ์ถ่ายทอดถึงลูกได้ดีที่สุด

...หนังสือทั้ง 4 เล่ม ผมซื้อมาจากร้านหนังสือเก่าของรุ่นพี่ที่ตลาดนัดจตุจักร 2 มีนบุรีครับ

...อันที่จริงอาจมีหนังสือวิชาการอีกมาก แต่ผมเลือกเฉพาะที่มีผลงานจากฟาร์มกำกับไว้โดยเน้นบทสัมภาษณ์เจ้าของฟาร์ม หรือผู้เชี่ยวชาญเป็นหลัก

...ท่านที่สนใจอาจหาซื้อมาอ่านได้ อ่านแล้วศึกษาเพิ่มเติมจากเว็บนี้รับรองว่า สามารถเพาะไก่ ฟักไก่ ที่ว่าไม่ง่ายได้อย่างแน่นอน

...ครั้งต่อไปจะเป็นการเปิดกล่องดำ หรือมิติของเครื่องฟักจากขยะรีไซเคิ้ลว่าประกอบไปด้วยอะไรบ้าง มันทำงานอย่างไร จนสามารถเพาะฟักได้สำเร็จทั้ง ๆ ที่ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน แล้วก็คงจะจบเรื่องนี้เสียทีครับ

_________________
หนุ่มน้อย(จริง ๆ)...จากห้วยเหิง
"toziro@gmail.com"


Top
 Profile  
 
 Post subject: เรียนคุณหมู
PostPosted: Fri Aug 21, 2009 8:11 am 
Offline
User avatar

Joined: Wed Oct 01, 2008 4:16 am
Posts: 202
Location: อ.ปง จ.พะเยา,กทม.
:D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D

ผมว่าเปลี่ยนเป็นอีกกระทู้ดีกว่าไหมครับ

จะได้ไม่ปะปนกับเรื่องฟักไข่

...หรือว่าจะทำให้เว็บบอร์ดไก่ป่าเปลืองเนื้อที่

...สำหรับผมพอมีข้อมูล และภาพที่ถ่ายไว้บ้างเหมือนกัน

_________________
หนุ่มน้อย(จริง ๆ)...จากห้วยเหิง
"toziro@gmail.com"


Top
 Profile  
 
 Post subject: ก่อนเปิดกล่องดำ (แต่สีขาว)
PostPosted: Fri Aug 21, 2009 2:30 pm 
Offline
User avatar

Joined: Wed Oct 01, 2008 4:16 am
Posts: 202
Location: อ.ปง จ.พะเยา,กทม.
:D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D
Image

รวมพลคนเสื้อลาย

วันนี้เป็นวันดีเดย์ นัดรวมพลคนเสื้อลาย เวลา เที่ยงกว่า ๆ ไม่มีเหตุการณ์อะไรรุนแรง

...นี่เป็นพาดหัวข่าวเด่นประจำวันนี้ เนื่องจากทั้ง 4 ตัว เจอกันพร้อมหน้าเป็นครั้งแรก

...พี่ใหญ่ไม่รังแก Q+K เพียงแค่ทักทายจิกเบา ๆ แล้วก็นั่งไซ้ขนใครขนมันสบายอารมณ์

...นี่แสดงให้เห็นว่าจากประสบการณ์ของพี่ใหญ่ที่ทะเลาะเบาะแว้งกับไอ้จิ๋วก้นตันในช่วงที่ผ่านมานั้นไม่เป็นผลดี

...รวมพลคราวนี้จึงชื่นมื่นปานรัฐมนตรีต่างประเทศอาเซี่ยนพบกับ รมต.ต่างประเทศสหรัฐอเมริกานางฮิลลารี่ คลินตั้น ที่ภูเก็ต

...นี่ถ้าไก่มีมือก็คงทำท่าจับมือแบบลูกโซ่เป็นแน่แท้

...และสภาพการณ์น่าจะละม้ายสมัยคุณบรรหารจับมือลูกโซ่กับนายกสิงคโปรในยุคก่อน

...คือมันไม่ได้เรียงตามลำดับไหล่ เพราะความสูงของเจ้าจิ๋วมันคล้ายท่านบรรหารไม่ผิดเพี้ยน

...สรุปแล้วในอนาคตอันใกล้นี้ทั้ง 4 ท่าน จะได้อยู่ร่วมกรงใหญ่เดียวกัน และจะมีการป้องกันงู แมว และหมาอย่างแข็งแรง เพื่อว่า ทั้ง 4 ท่าน จะได้เจริญเติบใหญ่ต่อไป

ไซ้ขนเล่นดีกว่าจิกตีกัน เป็นสภาวะสมานฉันท์ของแท้

Image

ต่างยิ้มแย้มแจ่มใส เคราะห์ดีที่มีแต่ปีก ไม่สามารถจับมือกันได้
Image

_________________
หนุ่มน้อย(จริง ๆ)...จากห้วยเหิง
"toziro@gmail.com"


Top
 Profile  
 
 Post subject: ก่อนเปิดกล่องดำ (2)...วันครอบครัวไก่ต่อ
PostPosted: Mon Aug 24, 2009 11:56 am 
Offline
User avatar

Joined: Wed Oct 01, 2008 4:16 am
Posts: 202
Location: อ.ปง จ.พะเยา,กทม.
:D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D

อยากชิมโค๊กสักอึกสองอึก
Image

23 สิงหาคม "วันครอบครัว (ไก่ต่อ)"

เย็นวานนี้เป็นวันอาทิตย์ ผมพาลูกไก่ทั้ง 4 กับพ่อและแม่ (หรือแม่เลี้ยง) รวม 6 ตัว ออกไปสนามข้างบ้าน

ทุกตัวร่าเริง สดใส พ่อแม่ไก่ แม้ไม่ได้ฟัก ไม่ได้เลี้ยงมาก็ไม่มีทีท่าจะทำร้ายจิกตีเจ้าตัวเล็กทั้งหลายแต่อย่างใด

พอผมเอาลูกเจี๊ยบใส่ตะกร้าไปวางที่โคนต้นไม้ลูกเลี้ยงทั้ง 4 ก็กระดี๋กระด๋า กระโดดลงสนามหญ้าทันที

สำหรับมืออาชีพอย่างพ่อ-แม่ไก่นั้นไม่ต้องอุ้มให้เมื่อย พวกเขาพากันเดินควงคู่ตามหลังผมออกจากประตูบ้านอย่างคุ้นเคย

ขาดไปแต่ "แม่มาร์ค 1" เท่านั้นที่ไม่มีโอกาสออกมาสังสรรค์ในวันสำคัญนี้

ผมนั่งดูไก่คุ้ยเขี่ยอยู่ที่สนาม หรือสวนสาธารณะของหมู่บ้าน (ที่มีเนื้อที่สัก 3-4 ไร่ มีสนามบาส สนามกีฬาเอนกประสงค์ 2 สนาม อยู่คนละฝากถนนกับบ้านผม) สักพักหนึ่งก็มีเด็กเล็ก 2 คน เดินเข้ามาดู ผมก็บอกว่าอย่างเดินเร็ว อย่าวิ่งเข้าหาไก่ ให้นั่งลง เดี๋ยวลูกเจี๊ยบจะเข้ามาหาเอง

ประเดี๋ยวเดียวลูกเจี๊ยบก็ทะยอยเดินมาหาผม มานั่งเล่นบนแข้งขา ผมจึงค่อย ๆ จับไปวางที่มือเด็กแล้วสอนเด็ก ๆ ว่า เวลาจับไก่โดยเฉพาะลูกเจี๊ยบต้องเบา ๆ มือ อย่าเอามือขะยุ่มหลังไก่แรง ๆ เขาจะตกใจแล้ววิ่งหนี ไม่เข้าใกล้

เด็กชายเล็ก ๆ 2 คน ก็ปฏิบัติอย่างนุ่มนวลตามสั่ง สักพักหนึ่งก็สามารถจับไก่ไปเกาะตามตัว หรือแม้แต่วางบนหัวก็ไม่มีการแตกตื่น

แสดงว่าลูกเจี๊ยบทั้ง 4 เชื่องคนทุกคนที่กระทำต่อเขาอย่างเป็นมิตร

เล่นสักครู่ก็มีเด็กหญิง 3 คน โตหน่อยสัก ป.3-ป.4 เข้ามาดูด้วย บอกว่าเคยจับไก่แล้ว แต่ก็ชอบดู

...สรุปแล้วเมื่อวานนี้ผมมีเพื่อนเด็กระดับอนุบาล 2 คน ระดับประถมต้น 3 คน มาเล่นกับทีมไก่ต่อที่สนามข้างบ้านครับ

หมู่บ้านจัดสรรที่ผมอาศัยมา 22 ปี นี้ เป็นฝีมือการก่อสร้างของพ่อ-แม่ หรือลุง ป้า น้า อา ของเด็ก ๆ เหล่านี้ พวกเขามาเป็นคนงานก่อสร้างหมู่บ้านนี้แล้วก็เลยยึดที่ว่าง ๆ สุดแดนรั้วหมู่บ้าน ที่เคยเป็นแหล่งที่พักคนงานปักหลักอยู่กันมายาวจนออกลูกออกหลานมากมาย สร้างบ้านแบบพอเพียงคล้าย ๆ บ้านพักคนงานก่อสร้างทั่ว ๆ ไป กลายเป็นชุมชน ๆ หนึ่ง

อยู่นานเข้าก็มีประชากรเพิ่มขึ้นหนาตาพอสมควร พวกเขาบางคนก็ทำกิจการก่อสร้างที่ถนัด พวกผู้หญิงบางคนก็เปลี่ยนอาชีพมาขายอาหารที่ตลาดหมู่บ้าน มีน้าผู้ชายคนหนึ่งชอบขี่จักรยานติดป้ายบอกว่านวดแผนไทย มีเบอร์โทรฯมือถือกำกับไว้ด้วย แกแต่งกายใส่กางแกงสแล็ค เสื้อเชิร์ตแขนยาว รองเท้าหนังสีดำ ดีที่ไม่ผูกเน็คไท ออกจากบริเวณที่พักทุกเช้า

หนุ่มอีกคนมีหน้าที่ดูแลตัดหญ้าสนามให้ดีเรียบร้อยแถมเป็นคนคุมอุปกรณ์เครื่องเสียงของกลุ่มเต้นแอร์โรบิคที่สนามเอนกประสงค์ที่มักส่งเสียงตึงตังใกล้ ๆ ห้องนอนผมทุกเย็นวันจันทร์-พุธ-ศุกร์ และวันเสาร์-อาทิตย์ จนทั้งไก่ทั้งหมาบ้านผมจะกลายเป็นนักแด๊นซ์ซิ่งกันไปหมดแล้ว

สาว ๆ หลายคนที่เดินผ่านกรงไก่ก็ทำงานตามบริษัทธุรกิจต่าง ๆ แต่งตัวสวยงามตามสมัยนิยม ก็ดีเหมือนกันทำให้หนุ่มน้อยอย่างผมพลอยตื่นตาตื่นใจไปโดยอัตโนมัติ

อ้อ...มีคนขับแท็กซี่หลายคนรวมอยู่ด้วย ส่วนมอเตอร์ไซค์รับจ้างหน้าปากซอยก็อยู่ที่นี่หลายคนหลายคัน ทำให้พวกผมนั่งมอเตอร์ไซค์จากปากซอยเข้าบ้านโดยไม่ต้องบอกว่าจะไปซอยไหน

...เป็นชุมชนพอเพียงที่สมาชิกต่างมีฐานะดีพอสมควร แม้ความเป็นอยู่สภาพบ้านเรือนจะไม่สะดวกสบายหรูหราเหมือนบ้านที่พวกเขาได้เคยสร้างไว้มากมายก็ตาม

...ไม่แน่นะพวกเขาเหล่านี้อาจจะฟังเสียงไก่ต่อของผมขันเป็นนาฬิกาปลุกเพื่อไปทำงานตอนเช้า ๆ ก็ได้ เพราะไก่ต่อขันแหลกสายพันธุ์จากคุณตู้ ไก่ต่อ นี่ขันสบัดช่อจริง ๆ

...พวกเขาเหล่านี้ ไม่เคยมายุ่ง หรือรุกราน รังแกไก่ต่อทีมนี้แม้แต่ครั้งเดียว

...เลี้ยงมาเป็นปีไม่เห็นมีใครมายุ่งกับไก่ของผม แม้ว่ากรงไก่จะลอยเด่นติดรั้วข้างถนนที่พวกเขาผ่านไปมาตลอดทั้งวันทั้งคืน (มีแต่งูเหลือมยาวสองเมตรกว่าเท่านั้นที่บังอาจมากินไก่ตัวเก่งไปอย่างที่เคยแจ้งไว้)

นับเป็นสังคมคล้าย ๆ ชนบท แต่อยู่ในเมือง แถวบางกะปิ ถนนสุขภิบาล 3 หรือตอนหลังหลายปีมาแล้วเปลี่ยนชื่อเป็นถนนรามคำแหง (เริ่มจาก 4 แยกคลองตันยาวจนถึงมีนบุรี ที่ 4 แยกตัดกับถนนสุวินทวงศ์ที่จะไปแปดริ้ว)

...แต่ชาวชนบทมีลูกหลานเป็นชาวกรุงเหล่านี้เปลี่ยนไป จึงไม่แปลกที่พวกเขาไม่มีใครเลี้ยงไก่ต่อ ไก่ป่า เพราะไม่มีป่าให้ไปล่าไปต่อไก่แถวใกล้ ๆ หมู่บ้านนี้ แต่มีบางคนสนใจเลี้ยงไก่ชน และพวกเขามีชมรมมีเวที(บ่อน)ตีไก่(เถื่อน)ในหมู่บ้านนี้ด้วย

...สรุปวันครอบครัวไก่ต่อของผมมีบรรยากาศชื่นมื่นยิ้มแย้มแจ่มใส เต็มไปด้วยมิตรภาพดังรูปน่ารัก ๆ ของเด็ก ๆ กับลูกเจี๊ยบวัยเตาะแตะเหล่านี้

...ดีกว่าไปเที่ยวที่อื่น ๆ ให้เสี่ยงภัย เสี่ยงหวัด พูดชัด ๆ ได้เลยว่าไม่ต้องใช้เงินแม้แต่บาทเดียว ไม่มีเรื่องหวาดสียว มีแต่รอยยิ้มและเสียงหัวเราะ ต่ออายุหนุ่มน้อยอย่างผมได้อีกหลายสิบปี



เด็ก ๆ เหมือนกัน จึงเข้าใจกันได้ง่าย
Image

พ่อแม่สบายใจที่ลูก ๆ รักกัน
Image

พ่อไม่เรียกให้ลูกกินอาหาร แต่ไม่ทำร้าย
[url=http://www.imageposter.com/uploads/get/696993][img]http://www.imageposter.com/storage/
/39924DSCN9821.jpg[/img][/url]

พี่ใหญ่ดูแลน้อง ๆ
[url=http://www.imageposter.com/uploads/get/696995][img]http://www.imageposter.com/storage/
t171/25727DSCN9863.jpg[/img][/url]

Q+K มีเพื่อนใหม่
Image

พ่อแม่เมียงมอง
Image

ไม่มีใครทำร้ายลูกเรา มาเล่นฝุ่นกันดีกว่า
Image

ลองวางบนหัวดูหน่อย
Image

น่ารักทั้งคู่
Image

เพท่อนใหม่ใจดี
Image

กายกรรม
Image

หายเครียดขึงไซ้ขนกัน
Image

_________________
หนุ่มน้อย(จริง ๆ)...จากห้วยเหิง
"toziro@gmail.com"


Top
 Profile  
 
 Post subject: รวมพลรอบที่ 2
PostPosted: Wed Aug 26, 2009 6:25 pm 
Offline
User avatar

Joined: Wed Oct 01, 2008 4:16 am
Posts: 202
Location: อ.ปง จ.พะเยา,กทม.
:D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D

สมาชิกกลุ่มอนุรักษ์ฯหน้าใหม่
Image


เริ่มจะเป็นครอบครัวอบอุ่น

เย็นวันอังคาร มีโอกาสดีพา 4 พี่น้อง กับพ่อ-แม่ ไก่ต่อ ออกไปสนามข้างบ้านอีกเป็นครั้งที่สอง เพื่อให้พ่อแม่ลูกได้มีโอกาสใกล้ชิดกัน

หลังจากวันอาทิตย์ก็มีวันนี้ที่ฝนไม่ตก แดดแรงทั้งวัน ทำให้สนามแห้งดี ไม่เฉอะแฉะ


พ่อไก่ได้ตัวหนอน เรียกจนคอแห้งไม่มีใครมากิน[/b
]
Image

ปรากฎว่าคุณพ่อทำตัวดีขึ้น คุ้ยเขี่ยเจอตัวหนอนใต้ต้นไม้ พยายามเรียกเด็ก ๆ ให้มากินอยู่ตั้งนาน แต่ไม่มีลูกตัวไหนสนใจ ต่างวิ่งเล่นจิกเม็ดกรวด ดิน และอะไรที่แปลก ๆ กว่าอาหารสำเร็จรูปที่พวกเขากินมาจำเจ เจอกับข้าวร้านอร่อยเพลิดเพลินไป หรือว่าไม่คุ้นกับเสียงเรียกกุ๊ก ๆ ๆ ๆ ให้มากินเหยื่อของพ่อไก่ก็ไม่ทราบเหมือนกัน

ส่วนแม่ไก่ก็ก้มหน้าก้มตาหาเยื่ออยู่ข้าง ๆ ต้นไม้ใหญ่ สงสัยจะหาโปรตีนไส้เดือนเตรียมไข่ล็อตใหม่ก็ได้

แต่เชื่อหรือไม่ว่าพ่อไก่ไม่ได้สนใจที่จะผสมพัธุ์ในช่วงนี้เลย ไม่รู้เพราะอะไร หรือว่าแม่ไก่มีกลิ่นพิเศษแจ้งให้พ่อไก่รู้ว่าไม่มีอารมณ์ ที่จริงไก่ไม่ได้มีฤดูผสมพันธุ์แบบไก่ฟ้าไม่ใช่หรือครับ ท่านผู้เชี่ยวชาญช่วยอธิบายความหน่อยครับ

...ขณะที่เพื่อนรุ่นจิ๋วในหมู่บ้านของผมเดินมาสมทบมากขึ้นเรื่อย ๆ วันนี้ 7-8 คน ส่งเสียงอยากจับไก่ กันอีกแล้ว สงสัยจะติดใจในความน่ารักของลูกเจี๊ยบ 4 ตัวที่กำลังตื่นเต้นดีใจคุ้ยเขี่ยพื้นดินใต้ต้นไม้ใหญ่

มีเด็กเพิ่มมาอีกหลายคน มีหน้าใหม่ละอ่อนมาก ๆ ระดับอนุบาล 1 ก็มี รายนี้สงสัยกลับจากโรงเรียนยังไม่ได้อาบน้ำอาบท่า ดูหน้าตามอมแมมคล้ายเด็กชนบท

อีกคนโตหน่อยมาในชุดนักเรียนที่หลังยังสะพายเป้หนังสือ กลับจากโรงเรียนยังไม่ถึงบ้านก็แวะมาร่วมวง แถมตื่นเต้นขอจับไก่ 2 ตัว พร้อม ๆ กันอีกด้วย

...ต้องบอกว่าตอนนี้ปล่อยให้ไก่มันหาอาหาร และคุ้ยเขี่ยดินเล่นก่อน

...ขณะที่ผมหันไปคุยกับเด็ก ๆ ว่าใครเรียนที่ไหน อยู่ชั้นอะไรกันบ้างเพลิน ๆ

...ทันใดนั้นพี่ใหญ่หัวหน้าลูกเจี๊ยบก็ปรี่เข้าทำท่าสู้กับแม่ตัวเอง ผมถ่ายวีดีโอได้นิดหนึ่ง

...เป็นเหตุการณ์ที่แปลกสำหรับผมมาก เนื่องจากพี่ใหญ่อายุเพิ่ง 47 วัน จะหาญกล้าสู้กับแม่ไก่ระดับ 8 เดือนได้อย่างไรกัน หรือว่าเขาหยอกล้อกันเล่น ผมก็ยังไม่ค่อยเข้าใจนัก แต่เด็ก ๆ ฮือฮาชอบใจกันยกใหญ่

[b]กายกรรม

Image

...ดูท่าทางแม่ไก่ไม่ได้โดดตีโต้ตอบ แค่ทำท่าสู้กันประเดี๋ยวเดียวก็เลิก แล้วพี่ใหญ่ก็กลับมาคุมน้อง ๆ ทำหน้าที่คล้าย ๆ เป็นแม่ต่อไป

...ก็แปลกดี !

...คงมีสักวันที่พ่อ-แม่-ลูก จะเดินหากินด้วยกันอย่างสนิทใจ

...นี่แค่วันที่ีสอง ก็นับว่าก้าวหน้าไปเร็วมาก ยังนึกเสียว ๆ กลัวว่าพ่อ-แม่ไก่จะจิกแรง ๆ จนเป็นแผลเหวอะหวะอย่างที่เคยพบเห็นไก่บางตัวราวีลูกเจี๊ยบที่ไม่ใช่ลูกจนตาย แต่นี่อาจเป็นสัญชาติญาณความเป็นแม่ลูกมันพูกพันก็เป็นได้ แม้ไม่ได่ฟักออกมาเป็นตัวด้วยฝีมือตัวเองก็ตาม

...ภาพวันนี้มีสมาชิกนักอนุรักษ์ไก่ป่ารุ่นเยาว์หน้าใหม่มาร่วมเป็นสักขีพยานหลายคน ดูเอาเองครับ

ผู้สื่อข่าวไก่ป่ายุคต่อไป
Image

...สงสัยครั้งต่อไปต้องเปลี่ยนเวลาคุมทีมไก่มาตอนสาย ๆ ตอนที่เด็ก ๆ ต่างไปโรงเรียนจะเข้าท่ากว่า วันนี้วงแตกเร็วเพราะยิ่งเวลาผ่านไปนานเข้า ความคุ้นเคยของเด็ก ๆ ก็ไล่จับลูกเจี๊ยบกันวุ่นวาย ดีไม่ดีจะเหยียบกันตายเอาง่าย ๆ


มีหลายระดับ แต่วุ่นวายจนเกือบเหยียบลูกเจี๊ยบตาย
Image

...ว่าแล้วผมก็บอกให้ช่วยจับลูกเจี๊ยบใส่ตะกร้าให้หน่อย แล้วก็ถ่ายภาพเป็นหลักฐานว่าใครบ้างที่มาเล่นด้วยในเย็นวันนี้

...แล้วก็เรียกคุณพ่อ คุณแม่ไก่ต่อ ให้เดินตามกลับบ้าน

...ก็มีสาวน้อยคนหนึ่งวิ่งไล่ไปส่งถึงประตูบ้าน ผมต้องรีบปิดประตูรั้ว เอาไก่เข้ากรง

...หวาดเสียวเดี๋ยวจะกลายเป็นว่าลูกเจี๊ยบที่อุตส่าห์เพาะฟักมากับมือ โดนเพื่อนรุ่นเยาว์เหยียบตาย

...แต่ก็ได้ความรู้สึกดี ๆ มีความสุขใจที่พวกเด็ก ๆ รักไก่ต่อเหล่านี้ แต่ผมบอกพวกเขาว่าที่เห็นพ่อไก่สีสวย ๆ นั้นเป็นไก่ป่า

...ไก่ป่าที่กำลังถูกคุกคามเข่นฆ่า เมื่อพวกเด็ก ๆ เหล่านี้โตขึ้นมาคงไม่มีใครไปล่า ไปยิงไก่ในป่า เมื่อเขามีโอกาสกลับไปอยู่ในชนบทอีกครั้ง


สาวน้อยคนนี้ชื่นชอบลูกเจี๊ยบมาก ตามไล่พ่อ-แม่ไก่ส่งกลับถึงประตูบ้าน

Image

วีดีโอการต่อสู่ระหว่างลูกกับ พ่อ-แม่

http://www.youtube.com/watch?v=2a2xLpRrdHg

http://www.youtube.com/watch?v=L50Xj-hb4AY

_________________
หนุ่มน้อย(จริง ๆ)...จากห้วยเหิง
"toziro@gmail.com"


Last edited by ห้วยเหิง on Thu Aug 27, 2009 11:52 am, edited 3 times in total.

Top
 Profile  
 
 Post subject: เปิดกล่องดำ เปิดเองไม่ได้ส่งไปเปิดประเทศไหน
PostPosted: Wed Aug 26, 2009 7:28 pm 
Offline
User avatar

Joined: Wed Oct 01, 2008 4:16 am
Posts: 202
Location: อ.ปง จ.พะเยา,กทม.
:lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol:


ขณะกำลังฟักไข่ ต้องยึดไว้แน่นหนา
Image

มิติดั่งเดิม
Image



เปิดกล่องดำ (แต่เป็นสีขาว)




กล่องอันนี้เมื่อเปิดรื้อถุงขยะสีดำที่ห้อหุ้มออก ก็จะพบเครื่องฟักไข่รีไซเคิ้ลสีขาวสะอาดอยู่ข้างใน

แต่เดิมมันคือตู้เย็น+ตู้อุ่นอีเล็กทรอนิกชนิดที่ไม่มีคอมเพรสเซ่อร์ ด้านหลังประกอบไปด้วยวงจรจ่ายไฟสู่ฮีตเต่อร์เพื่อทำให้เกิดความร้อน และตัวถ่ายเทประจุไฟฟ้าหรืออะไรนี่แหละที่ทำให้เกิดความเย็น มันจะเย็นแค่ 20 องศาเซลเซียส หรือร้อน 60 องศาเซลเซียส เท่านั้น หากซื้อมาใหม่ ๆ

ด้านหลัง
Image


ของเดิมใช้ไฟ DC ก็ได้
Image

ใช้ไฟได้ทั้ง A.C. 220 โวล์ท หรือ D.C. 12 โวล์ท

เมื่อมันป่วยมันเสียไม่ทำงานตามที่ต้องการก็กลายเป็นขยะ

เจ้าของร้านซ่อมเครื่องไฟฟ้าในหมู่บ้านให้มาฟรี ๆ พร้อมอุปกรณ์ควบคุมความร้อน หรือตัวตัดต่อไฟเก่าอีกอันหนึ่ง

เขาอธิบายการต่อระบบจ่ายไฟผ่านอุปกรณ์ควบคุมการปิดเปิดไฟให้ความร้อนตู้แล้วก็บอกว่า "รื้อเองนะ ตัดต่อเจาะไปเลย ผมให้"

แผ่นสีเงิน ๆ คือฮีตซิ้งค์
Image

เมื่อแกะฝาหลังพบว่ามีฮีตซิงค์แบบที่ใช้เป็นตัวระบายความร้อนชิพคอมพิวเตอร์ แต่ตัวใหญ่มาก มีพัดลมเป่าเพื่อกระจายความร้อน หรือดูดความร้อนเพื่อให้เกิดความเย็น จึงเอามันออกมาเป็นตัวส่งผ่านความร้อนจากหลอดไฟฟ้าในตู้

โดยวางไว้เหนือหลอดไฟ 60 วัตต์ (จะใช้ 100 วัตต์ หรือต่ำกว่านี้ก็ได้) ให้ความร้อนจากหลอดไฟฟ้าบ่มให้ตัวฮีตซิ้งค์อลูมิเนี่ยมที่อุดมไปด้วยคลีบนี้ค่อย ๆ คลายความร้อนออกมา

ด้านล่างหลอดไฟก็นำอ่างน้ำมาวางไว้ ให้เกิดการระเหย ไอน้ำที่ระเหยนี้ก็มีความร้อนด้วย เมื่อความร้อนจากฮีตซิ้งค์+กับความชื้นจากไอน้ำ ก็ทำให้สภาวะภายในตู้นี้เหมาะสมต่อการฟักไข่


ตัวตัดต่อไฟ หรือเทอร์โมคอนโทรล
Image

วางตัวเซนเซ่อร์อุณหภูมิของเครื่องตัดต่อไฟฟ้าไว้ใกล้ ๆ หรือบนฮีตซิ้งค์ ความร้อนลดลงเมื่อไหร่ไฟฟ้าก็จะถูกต่อครบวงจร เพื่อบ่มให้ฮีตซิ้งค์เก็บอมความร้อนไว้เพื่อให้ภายในตู้ร้อนขึ้นมาใหม่ ไฟฟ้าจะติด ๆ ดับ ๆ ตามสภาวะอากาศข้างนอกที่เปลี่ยนแปลงด้วย


ฮีตซิ้งค์คือตัวเก็บอม และคลายความร้อน
Image
หากเป็นหน้าฝนถ้าฝนตกหรือกลางคืนที่อากาศเย็นลงก็อาจต่อไฟสว่างบ่อยขึ้น สำหรับตู้เล็ก ๆ นี้ ไฟจะติด ประมาณ 3 นาที ทุก ๆ ครึ่งชั่วโมง หรืออย่างเร็วก็ 25 นาที (ถ้าเป็นหน้าหนาวก็คงต่อไฟบ่อยขึ้น) เนื่องจากตู้นี้เก็บความร้อนได้ดี ผนัง 4 ด้านรวมทั้งประตูเป็น 2 ชั้น มีโฟมอยู่ตรงกลางหนาประมาณ 1 นิ้ว ผนังด้านหลังเป็นแผ่นเหล็กชั้นเดียวไม่มีโฟม

(...เหตุที่ต้องเจาะประตูก็เพราะว่ามันเป็นพลาสติกทั้ง 2 ด้าน ส่วนผนังอื่น ๆ ด้านในเป็นเหล็กแผ่น เพื่อการกระจายความร้อน และดูดความร้อนออกให้ในตู้กลายเป็นความเย็น นี่หมายถึงการทำงานเดิม ๆ ของมัน)

...ฝาตู้ด้านล่างเจาะช่อง 1 นิ้ว ให้ลมเย็นไหลเข้า ด้านบนฝาเจาะรูใหญ่กว่า คือหนึ่งนิ้วครึ่ง ให้ลมร้อนค่อย ๆ ระบายออก ตู้จึงมีการถ่ายเทอากาศตลอดเวลา เนื่องจากไข่ที่กำลังฟักต้องการอ๊อกซิเจนอย่างพอเพียงตลอดเวลา ยิ่งตอนที่ลูกเจี๊ยบเจาะไข่ และออกจากไข่แล้วหากอากาศไม่ถ่ายเทขาดอ๊อกซิเจนลูกเจี๊ยบก็ต้องขาดใจตาย


เจาะประตู 2 รู
Image

ไม่มีพัดลม อาศัยหลักการถ่ายเทอากาศร้อนขึ้นบนตามธรรมชาติ เหมือนการทดลองในห้องวิทยาศาสตร์สมัยเป็นนักเรียนมัธยมต้น ที่ใช้ควันธูปจ่อรูด้านล่างตู้กระจก แล้วนักเรียนก็จะเห็นควันนั้นไหลไปออกช่องด้านบน

จากหลักการง่าย ๆ นี้ก็เอามาใช้กับตู้เล็ก ๆ ได้ผลดี

แต่หากเป็นตู้ใหญ่ ๆ ความจุมาก ๆ กว้าง ๆ ต้องใช้พัดลมเล็ก ๆ ติดตั้งไว้ภายในตู้ เพื่อช่วยทำให้อากาศร้อนพร้อมกับความชื้นที่เหมาะสมกระจายไปทั่วทุกซอกมุมของเครื่องฟักไข่ ซึ่งผมยังไม่เคยทำ แต่ได้ดูตัวอย่างจากของจริงมาแล้ว เป็นตู้ที่มินิฟาร์ม ราคา 10,000 บาท ฟักไข่ได้ 200 ฟอง กลับไข่อัตโนมัติ

ส่วนแหล่งตัวอย่างอื่น ๆ ก็ค้นดูของชาวต่างประเทศในอินเตอร์เน็ท ซึ่งมีมากมายหลายแบบ

แต่ชาวบ้านฝรั่งส่วนมากทำคล้าย ๆ ระบบที่ผมทำนี่แหละครับ


ตะแกรงร่อนแป้ง นำมาวางไข่ในตู้ฟักได้ดีเยี่ยม
Image

ตะแกรงร่อนแป้ง เอามาทำเป็นคอกกั้นไก่แรกเกิด ที่เดินไม่แข็งแรง ตัวนี้กำลังแก้ไขนิ้วตีนที่บิดพับให้ตรง
Image

อุปกรณ์ประกอบอื่น ๆ ก็หยิบเอามาจากตู้ในห้องครัว ก็มีตะแกรงร่อนแป้งสีเหลือง อย่างที่เห็น โดยตัวตะแกรงเป็นตาข่ายลวดอย่างดีแบบถี่มากหน่อย แต่อากาศผ่านได้สบาย นำสายไฟฟ้าขนาด 2 หุนมาตัดเป็นท่อน ๆ แล้วดัดให้เป็นรูปวงรี เพื่อเป็นฐานวางไข่ (โดยวางด้านแหลมลงล่าง ด้านป้านที่มีช่องฟองอากาศอยู่ด้านบนแบบนี้ตลอดเวลา)ให้ไข่เอียง 45 องศา ตามตำรา และไม่กลิ้งเลื่อนไปไหน เมื่อเปิดฝาตู้ออกเพื่อกลับไขก็ใช้วิธีหมุนไข่ให้ด้านล่างขึ้นมาอยู่ด้านบน ทำ 4-5 ครั้งต่อวัน

ตำแหน่งการวางอุปกรณ์ ถูกบังคับด้วยพื้นที่ที่คับแคบ
Image

เพื่อความมั่นใจก็ติดเทอร์โมมิเตอร์สัก 2 ตัว และอย่าลืมหาเครื่องวัดความชื้นใส่ไว้ในตู้อีกด้วย

ไข่ทุกฟองเมื่อเก็บจากเล้า หรือกรงไก่ให้เช็ดด้วยแอลกอฮอล์เสียก่อน แล้วเก็บรวบรวมไว้ เมื่อได้จำนวนมากภายใน 6-7 วัน อย่าให้เกิน 7 วัน ให้นำเข้าตู้ฟักเป็นชุด ๆ พร้อม ๆ กัน ไข่ทุกฟองต้องเขียนวันที่เก็บด้วยดินสอไว้เพื่อเตือนความจำ และเมื่อนำเข้าตู้ไข่ชุดเดียวกันก็ต้องทำเครื่องหมายหรือวันที่เข้าตู้ไว้ด้วย เพื่อจะได้รู้ว่าลูกเจ๊ียบจะออกจากไข่ หรือลูกเจี๊ยบจะเจาะเปลือกไข่วันไหน

ถ้าสภาวะต่าง ๆ ในตู้ฟักสมบูรณ์ คือความชื้น 55-60 ไม่เกิน 70 เปอร์เซนต์ อุณหภูมิ 37.5-38.5 องศาเซลเซียสโดยเฉลี่ยให้ใกล้เคียงตลอดช่วงการฟัก ลูกเจี๊ยบจะเริ่มเจาะใกล้ ๆ วันที่ 18 หรือวันที่ี 17 แล้วคลอดออกมาเดินได้ในวันที่ 19

ลูกไก่ป่า หรือไก่ต่อที่มีสายเลือดสูงหน่อยจะตรงเวลา คือ 19 วัน ออกมาเดินได้แน่นอน

ทุกตัวที่ผมฟักเป็นตัวมีมาดเป็นแบบนี้

แต่ถ้าเป็นไก่ซารามอ ไก่แจ้ ไก่ชนหรือไก่บ้านทั่ว ๆ ไป จะใช้เวลา 21 วัน

ถ้าความร้อนสูงเกินไปลูกเจี๊ยบออกมาจะขนเกรียม ๆ จะหักร่วงออกมาจากตัวลูกเจี๊ยบสังเกตเห็นชัดเจน

...การที่เรากลับไข่ด้วยมือทำให้สามารถตรวจสอบน้ำในตู้ว่ายังมีอยู่หรือไม่ อย่าให้แห้งอย่างเด็ดขาด

...ตู้เล็ก ๆ ที่ฝรั่งทำมือ ทำเองส่วนมาก หรือทั้งหมดไม่มีฮีตซิ้งค์ นี่เป็นเทคนิคเฉพาะตู้นี้ที่มันมีมาโดยบังเอิญ

...ท่านสามารถนำกล่องหรือตู้อะไรก็ได้ที่เก็บความร้อนได้ดี โดยเฉพาะกล่องโฟมมาทำตู้ฟักได้อย่างดีทีเดียว

...ขอให้ท่านที่สนใจในการฟักไข่ไก่ หรือไข่สัตว์ปีกทั้งหลายโชคดี

Image

Image

Image


ชื้นส่วนรื้อเก็บใส่กล่องดำ แต่สีขาว
Image

Image


ภาพสุดท้ายพี่ใหญ่ราวีเจ้าจิ๋ว แม้ว่าจะพยายามป้องกันเต็มที่ แต่ตอนนี้เป็นคู่หูกันไปแล้ว
Image

_________________
หนุ่มน้อย(จริง ๆ)...จากห้วยเหิง
"toziro@gmail.com"


Top
 Profile  
 
 Post subject: Re: เครื่องฟักจากขยะ
PostPosted: Tue Sep 08, 2009 12:19 pm 
Offline
User avatar

Joined: Thu Oct 18, 2007 4:04 pm
Posts: 1700
Location: Bangkok, Thailand
ขอบคุณครับตู้ฟักไข่ จากขยะแต่ไฮเทคดีจริงๆ มีทุกอย่างครบอย่างที่ควรจะมี แถมรูปทรงสวยงามเสียด้วย คุณห้วยเหิงมีความเข้าใจในเครื่องไฟฟ้าอย่างดีทีเดียว ผมเองให้เปลี่ยนหลอดไฟยังเสียวๆแทบจะสับสวิททั้งบ้าน อิอิ

_________________
.....สร้อยแสงแดงพระพาย ขนเขียวลายระยับ ปีกสลับเบญจรงค์ เลื่อมไหล่ยงค์ หงส์สะบัด.....


Top
 Profile  
 
 Post subject: Re: เครื่องฟักจากขยะ
PostPosted: Thu Sep 10, 2009 4:28 pm 
Offline
User avatar

Joined: Thu Oct 18, 2007 12:42 pm
Posts: 1020
Location: Nakorn Sri Thammarat
สงสัยต่อไปต้อง เครื่องฟักจากตู้เย็น (เก่าๆ ทิ้งๆ ) แล้วละมั้งครับ :D

_________________
เอโก จเร ขคฺควิสาณกปฺโป - พึงเที่ยวไปผู้เดียวเหมือนนอแรด
Tel. 084-6804792


Top
 Profile  
 
 Post subject: ข่าวล่า ขณะนี้พี่ใหญ่ขาเจ็บโดยไม่ทราบสาเหตุ
PostPosted: Sat Oct 31, 2009 8:04 pm 
Offline
User avatar

Joined: Wed Oct 01, 2008 4:16 am
Posts: 202
Location: อ.ปง จ.พะเยา,กทม.
:cry: :cry: :cry: :cry: :cry: :cry: :cry: :cry: :cry: :cry:

...ก่อนอื่นขอแจ้งข่าวเศร้า คุณ K ถูกหมากัดตายไปเดือนกว่าแล้ว โชคดีที่พี่ใหญ่หัวหน้าทีมแค่หนังสะโพกพองลม (อีก 2 ตัว ไม่ได้ออกไปเดินข้างนอกจึงปลอดภัย)อาการหนังพองลม ผมถามเซียนไก่ซารามอเขาสอนให้เอาเข็มฉีดยาดูดลมออกพร้อมให้แอมพิซิลลินตาม แค่วันเดียวก็ปกติ

...หลังจากเหตุร้ายที่พวกเขาแหกกรง (ลืมปิด)ออกมาเดินเล่นข้างนอกผ่านไปถึง 4 โมงเย็นวันนี้ ...พบว่าพี่ใหญ่ซึ่งจะครบ 4 เดือนวันที่ 8 พ.ย. มีอาการขาซ้ายกระเผก และที่ขนหางซึ่งกำลังงอกออกมาใหม่(หลังจากโดนหมากัดขนหางหลุดไปแถบหนึ่ง)มีรอยถูกพวกเดียวกันจิกขาดตรงโคนมีเลือดซึม พอจับดูเขาก็แสดงอาการเจ็บ
หน้าซีด ไม่ค่อยกินอาหาร ทั้ง ๆ ที่ตอนเที่ยงวันยังดี ๆ อยู่เลย

...บาดแผลที่ขนหางไม่น่าจะทำให้ขาเป๋ไปได้

...ดังนั้นใคร่ถามท่านผู้เชี่ยวชาญครับว่ามันเป็นเพราะอะไร ที่ขากระเผกกระทันหัน หรือเป็นเพราะอาหารไก่ไข่ที่ผสมสูตร อาหารไก่เล็ก+อาหารไก่ไข่+อาหารนกเขาใหญ่ อัตราส่วน1:1:1 หรือเปล่า ?

...เท่าที่อ่านดูในเว็บเขาว่าอาหารไก่ไข่ทำให้ไก่ตัวผู้ข้อเจ็บได้จากการสะสมของแคลเซี่ยมที่มากเกินไป

...อาหารสูตรนี้เปลี่ยนมาเกือบ 2 เดือนแล้ว ก่อนหน้านั้นให้อาหารไก่เล็ก+อาหารนกเขาใหญ่ 1:1

...ขณะนี้แยกไก่ป่วยออกมาไว้ในกรงอนุบาลมีไฟ 25 วัตต์ส่องให้ ดูจากอาการหลังนำมาพัก ให้ยาแก้อักเสบอย่างที่เคยให้ สัก 2 ชั่วโมงผ่านไป เริ่มกินอาหารได้ น้ำได้ผสมไบโอ +บี12 ไว้ให้ในกรง

...ไม่รู้ว่าผมรักษาถูกโรคหรือเปล่า ?

_________________
หนุ่มน้อย(จริง ๆ)...จากห้วยเหิง
"toziro@gmail.com"


Top
 Profile  
 
 Post subject: เดิน กิน พอได้
PostPosted: Tue Nov 03, 2009 11:24 am 
Offline
User avatar

Joined: Wed Oct 01, 2008 4:16 am
Posts: 202
Location: อ.ปง จ.พะเยา,กทม.
:D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D

หลังจากให้แอมพิซิลลิน 3 วัน ผ่านไป เช้านี้เปิดกรงเอาลงมาเดินพื้นดู พบว่าเริ่มจิกเล่นตามพื้นได้แล้ว หงอน เหนียง แดงดี

...จากการสังเกตอาการน่าจะเป็นขี้ขาวมากกว่าอย่างอื่น เพราะขี้เขียว+ขาว ในวันแรกๆเหลวพอได้ยาซึ่งไม่แน่ใจเหมือนกันว่าจะตรงโรคหรือไม่สองวันก็ขี้เป็นก้อน วันที่สามเป็นก้อนสวยแต่ยังมีสีเขียวอยู่บ้าง

...ไม่รู้ว่าติดมาจากไหน หรือว่านกกระจอก+ฝนปลายฤดูก็ไม่รู้เหมือนกัน

...ทำไมตัวที่แข็งแรงสุดจึงเป็นได้ก็สงสัยอยู่

...อย่างไรก็ตามท่านที่มีประสบการณ์กรุณาเล่าบอกบ้างนะครับ

_________________
หนุ่มน้อย(จริง ๆ)...จากห้วยเหิง
"toziro@gmail.com"


Top
 Profile  
 
 Post subject: ออกจากห้อง I.C.U.แล้ว
PostPosted: Wed Nov 04, 2009 4:24 pm 
Offline
User avatar

Joined: Wed Oct 01, 2008 4:16 am
Posts: 202
Location: อ.ปง จ.พะเยา,กทม.
:lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol:

บ่ายสองโมงวันนี้เอาไก่ป่วยออกจากกรงอนุบาล ไปไว้ในกรงเดี่ยวเรียบร้อยแล้ว พอออกมาก็พยายามจะวิ่งหนีไม่ให้จับง่าย ๆ คงเพราะอึดอัดมาหลายวัน

...สรุปแล้วการรักษาลุล่วง มีอาการเพลีย ๆ บ้าง แต่หน้าตาสดชื่นขึ้นมากแล้ว ขี้ไม่ไม่มีสีเขียวหรือสีขาวปะปน เมื่อวานเย็นเป็นก้อนสวยงาม แต่ตอนนำออกมาบ่ายนี้มีเป็นน้ำสีน้ำตาล สงสัยจะกินน้ำเข้าไปมาก เพราะร้อนหลอดไฟ หรือไงก็ไม่ทราบเหมือนกัน

...รอดูพรุ่งนี้ว่าจะดีขึ้นหรือไม่ ตอนที่ผมพิมพ์โพสต์ีนี่เขา้ยืนกร่างในกรงใหม่ ไม่มีทีท่าหัวทิ่มอย่างวันแรก ๆ อีกแล้วครับ

_________________
หนุ่มน้อย(จริง ๆ)...จากห้วยเหิง
"toziro@gmail.com"


Top
 Profile  
 
 Post subject: Re: เครื่องฟักจากขยะ
PostPosted: Wed Nov 04, 2009 11:44 pm 
Offline
User avatar

Joined: Wed Oct 01, 2008 4:16 am
Posts: 202
Location: อ.ปง จ.พะเยา,กทม.
เกือบโดนผ่ากระเพาะในวันที่สอง

...เพื่อนผมที่เคยเล่าว่าเป็นนักปลูกป่าได้มาหาที่บ้านก่อนที่พี่ใหม่จะป่วยสองสามวันเล่าเรื่องไก่ในแคมป์ทั้งฝูงกว่าสามสิบตัวแอบไปกินผักในสวนผักชาวเขาที่เป็นลูกน้อง หลังจากโวยวายเรียกค่าสินไหมตามประสาคนรักสวนแล้วม้งคนนั้นยังบอกด้วยว่าเขาเพิ่งฉีดยากันแมลงกินใบผักไปมาด ๆ ๆ ระวังไก่จะตายหมด

เพื่อนเล่าต่อว่าเมื่อมาดูฝูงไก่ก็พบว่ามีสลึมสลือหลายตัว บางตัวมีอาการสั่น ๆ เซ ๆ

..."เจ้านายอย่างนี้ต้องผ่าเหนียง"

...ตำรวจเก่าที่ไปเป็นหัวหน้าคนงานผู้มีประสบการณ์ในการเลี้ยงไก่มานานบอก ว่าแล้วก็ช่วยกันผ่าเหนียง(ภาษาเหนือเหนียงไก่คือกระเพาะตรงใต้คอ)เอาน้ำล้างแล้วเย็บกลับ เป็นการเสี่ยงตายน่าดูชม

...เพื่อนบอกว่าเย็บกันสด ๆ แบ่งหน้าที่ คนผ่า คนล้าง และคนเย็บเป็นทีม เหมือนห้องผ่าตัดกลางป่า

...ปรากฎว่ารอดตายท้ังหมด

...เหตุการณ์นั้นติดใจผม

...เมื่อพี่ใหญ่ยืนสลึมสลือหัวทิ่มพื้นในวันที่สองของการมาอยู่ในกรงอนุบาล (I.C.U.) หลังจากกินอาหารเข้าไปนิดหน่อย ผมเอามือคลำกระเพาะดู เห็นมีอาหารค้างแข็ง ๆ อยู่ชักใจไม่ดี รีบให้น้ำเข้าไปทำให้มันนิ่ม ๆ เพราะในเว็บไก่ชนบอกว่าต้องล้างโดยเอาท่อน้ำสอดเข้าไปแล้วสบัดเอาอาหารที่บูดเน่าในกระเพาะออกให้หมด ไม่งั้นตายได้

...ผมก็คิดว่าพรุ่งนี้เช้าหากยังมีอาหารค้างในกระเพาะ และหัวทิ่มพื้นอย่างเดิม จะต้องผ่ากระเพาะช่วยชีวิต เพราะไม่รู้ว่าการล้างแบบเซียนไก่ชนนั้นเขาทำกันอย่างไร เกรงว่าน้ำจากท่อน่าจะเข้าไปในท้องไก่ด้วย แต่การผ่านี่หมอผ่าตัดไก่จำเป็นที่เคยผ่ามาเป็นสิบ ๆ ตัว เขาอยู่ปากซอยนี่เอง สามารถโทรเรียกมาใช้บริการได้ ไหน ๆ ก็จะต้องตายเพราะสารพัดโรคแล้ว ผมคิดในใจว่าขอทำหน้าที่ปกป้องจนนาทีสุดท้าย ไม่งั้นเสียชื่อขบวนการเครื่องฟักจากขยะหมด ไม่มีชิ้นดี

...เดชะบุญที่เจ้าพี่ใหญ่คงยังไม่ถึงทีต้องคอเป็นแผล เช้าวันต่อมาอาหารในกระเพาะหายไป มีขี้สวย ๆ มาแทนที่ในที่รองใต้กรง

...หาไม่แล้วโดนแน่ ๆ เพราะอาการอาหารไม่ย่อยค้างในกระเพาะที่ใต้คอก็ทำให้ไก่ตายได้เหมือนกัน

...เกือบไปแล้วไหมล่ะ !!!

_________________
หนุ่มน้อย(จริง ๆ)...จากห้วยเหิง
"toziro@gmail.com"


Top
 Profile  
 
 Post subject: Re: เครื่องฟักจากขยะ
PostPosted: Fri Nov 06, 2009 11:56 am 
Offline
User avatar

Joined: Wed Oct 01, 2008 4:16 am
Posts: 202
Location: อ.ปง จ.พะเยา,กทม.
วันนี้ท่านพี่ใหญ่ขี้สวยงามดีแล้ว

...วันนี้ตอนให้อาหาร ทำความสะอาดกรงพบว่าขี้ใต้คอนนอนของไก้ป่วยเป็นปกติแล้ว เป็นก้อนเหมือนตัวอื่น ๆ ก็คงมั่นใจว่ารอดแน่ ๆ

...ช่วงนี้หนาวทางราชการให้ระวังไข้หวัดนก อาการคือน้ำมูก ต้ำตาไหล หงอน+เหนียงสีคล้ำและบวม ไม่กินอาหาร และจะตาย 100 % เนื่องจากรักษาไม่ได้

...ดูรายละเอียนลักษณะไก่ที่เป็นโรคไข้หวัดนก มีภาพเครื่องในไกที่ตายเนื่องจากไข้หวัดนก่ให้ดูด้วย

http://www.siamhealth.net/public_html/Disease/infectious/avian/avainflu.htm

_________________
หนุ่มน้อย(จริง ๆ)...จากห้วยเหิง
"toziro@gmail.com"


Top
 Profile  
 
 Post subject: Re: เครื่องฟักจากขยะ
PostPosted: Wed Dec 09, 2009 4:37 pm 
Offline
User avatar

Joined: Thu Oct 18, 2007 4:04 pm
Posts: 1700
Location: Bangkok, Thailand
คุณห้วยเหิงนี่เล่นจะเป็นมันเสียทุกอย่างเลยนะ เริ่มจากเป็นนักเขียนก็เขียนได้ดีมีคนติดใจ ต่อมาก็แสดงฝีมือด้านวิศวกรรมทำตู้ฟักไข่ ตอนหลังนี้เขียนมาเล่าเรื่องไก่ป่วยสงสัยคงทำเป็นหมอ น่าทึ่งครับ
ไก่ขาเป๋ นี่พวกไก่ชนเรียกไก่ขาอ่อนครับ เขาคิดว่าเกิดจากการกินอาหารไก่มากทำให้อ้วนและไม่ได้ปล่อยออกมากินดินทรายจึงขาดแคลเซี่ยม ของผมก็เคยเป็นกับไก่ชน เพราะขังในกรงเล้กๆ ต้องรีบแก้ไขเอาออกมาให้วิ่งในกรงใหญ่ ตอนนี้หายแล้ว อันว่าโรคไก่ที่ทำให้ขาอ่อนขาบิด อาการทางประสาทนี่ก็มีกันได้หลายอย่าง ผมก็พยายามศึกษาแต่หัวไม่ไปอ่านแล้วไม่เข้าใจ ไม่เก่งเหมือนคุณห้วยเหิง

_________________
.....สร้อยแสงแดงพระพาย ขนเขียวลายระยับ ปีกสลับเบญจรงค์ เลื่อมไหล่ยงค์ หงส์สะบัด.....


Top
 Profile  
 
Display posts from previous:  Sort by  
Post new topic Reply to topic  [ 37 posts ]  Go to page Previous  1, 2, 3  Next

All times are UTC + 7 hours


Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 0 guests


You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot post attachments in this forum

Search for:
Jump to:  
cron
suspicion-preferred