It is currently Wed Feb 08, 2012 5:45 pm

All times are UTC + 7 hours



Welcome
ยินดีต้อนรับสู่ชมรมอนุรักษ์ไก่ป่าไทยWelcome to <strong>thaijunglefowl</strong>.

You are currently viewing our boards as a guest, which gives you limited access to view most discussions and access our other features. By joining our free community, you will have access to post topics, communicate privately with other members (PM), respond to polls, upload content, and access many other special features. Registration is fast, simple, and absolutely free, so please, <a href="/profile.php?mode=register">join our community today</a>!


Post new topic Reply to topic  [ 37 posts ]  Go to page 1, 2, 3  Next
Author Message
 Post subject: เครื่องฟักจากขยะ
PostPosted: Mon Aug 03, 2009 11:11 am 
Offline
User avatar

Joined: Wed Oct 01, 2008 4:16 am
Posts: 202
Location: อ.ปง จ.พะเยา,กทม.
Image

การทดลองฟักไข่ไก่ต่อ
ด้วยเครื่องฟักไข่รีไซเคิ้ลจากขยะ


โครงการนี้ทำขึ้นเพื่อแก้ปัญหาการฟักไข่ไก่ป่าอายุแรกรุ่น อายุเกือบ 6 เดือน ที่ไข่ออกมามากมาย

ไข่ชุดแรกจากแม่พันธุ์สองตัว (เกิด 17 และ 27 ธ.ค.2551) กับพ่อพันธุ์ตัวเดียว (เกิด 27 ธ.ค.2551)

ช่วงแรกไข่พร้อม ๆ กันทุกวัน แล้วต่อมาวันเว้นวัน จนผ่านไปเดือนหนึ่งแม่ไก่ที่ตัวโตไข่ฟองใหญ่คงไข่ออกมาเรื่อย ๆ เว้นระยะไม่กี่วัน เป็นการไข่ที่ยาวนาน รวมทั้งสองตัวถึงวันที่ 13 ก.ค.2552 ออกไข่รวม 49 ฟอง

สองขุดแรกให้คุณสมชายฟักด้วยเครื่องมาตรฐานที่มินิฟาร์ม 16 ฟอง ได้ลูกไก่ 5 ตัว ตายไป 1 เหลือ 4

สำหรับเครื่องฟักไข่ที่ทำขึ้นจากตู้เย็น+ตู้อุ่นอีเล็กทรอนิกขนาดเล็ก

ใช้หลอดไฟต่ออนุกรมกับเทอร์โมคอนโทรลแบบเข็มเกจ์วัดของเยอรมันที่ถอดจากระบบตวบคุมเครื่องอุปกรณ์ไฟฟ้าของคุณพิชัย ร้านซ่อมแอร์ ชุดแรก 7 ฟอง ได้ลูกเจี๊ยบ 2 ตัว

ตัวแรกคาเปลือกไข่ 2 วัน โดยกระเทาะเหลือแต่เยื่อครึ่งฟองบนอยู่เกือบ 2 วัน ทำให้ขาสองข้างไม่แข็งแรง ต่อมาต้องทำให้ตายโดยปืน บีบี กัน 3 นัด เพราะ 6 วัน ยังเดินไม่ได้

ตัวที่ 2 ตอนนี้ อายุได้ 26 วัน แล้ว

Image



ตัวที่ 3 ออกก่อนกำหนด แค่ 17 วัน ท้องยังไม่ปิด อยู่ได้ 3 วัน ก็ตายอย่างสงบ และมีมาดสวยงามด้วย น่าเสียดาย
ตอนออกมาเขาแข็งแรงทั้ง ๆ ที่หน้าตายังเป็น อีที อยู่เลย คือตาโต ว่าง ๆ จะโพสภาพให้ชม

Image



Image

Image


Image

_________________
หนุ่มน้อย(จริง ๆ)...จากห้วยเหิง
"toziro@gmail.com"


Top
 Profile  
 
 
 Post subject:
PostPosted: Tue Aug 04, 2009 5:21 pm 
Offline
User avatar

Joined: Thu Oct 18, 2007 4:04 pm
Posts: 1737
Location: Bangkok, Thailand
คุณห้วยเหิงคร้าบ...เมื่อเช้าผมยังคิดถึงอยู่เลย คิดถึงสำนวนเล่าเรื่องป่าดงพงพีที่สนุกไม่เหมือนใคร ผมไปกว้านซื้อหนังสือมาจากสัปดาห์หนังสือเรื่องเกี๋ยวกับป่าๆ ยังไม่สนุกเหมือนเรื่องที่คุณห้วยเหิงเล่าให้ฟังเลย ยังคิดอยู่ว่าป่านนี้เค้าคงลืมพวกเราไปแล้ว...
ไม่อยากให้คุณห้วยเหิงเพาะไก่พวกนี้อีกเลยบอกตามตรง ผม และพวกชมรมเราหาไก่ต่อได้สวยงามเข้าท่ากว่านี้มากครับ ถ้าคุณห้วยเหิงอยากเลี้ยงไก่ต่อก็อยากให้ได้สวยๆไกล้เคียงไก่ป่ามากกว่านี้ อย่าโกรธผมเลยนะที่ไม่อยากให้ฟักอีก
คุณดงไผ่มีไก่ต่อสวยๆมากมายเลยเราไปดูกันก็ได้

_________________
.....สร้อยแสงแดงพระพาย ขนเขียวลายระยับ ปีกสลับเบญจรงค์ เลื่อมไหล่ยงค์ หงส์สะบัด.....


Top
 Profile  
 
 Post subject: เป็นการฝึกวิชาเพาะไก่
PostPosted: Wed Aug 05, 2009 7:37 am 
Offline
User avatar

Joined: Wed Oct 01, 2008 4:16 am
Posts: 202
Location: อ.ปง จ.พะเยา,กทม.
เรียนคุณหมู

ผมเลี้ยงเป็นเพื่อน และทดลองทำด้วยตัวเอง

เพื่อการแก้ปัญหาเมื่อมีของแท้จะได้ไม่พลาด

ผมเห็นด้วยที่น่าจะมีไก่ต่อสวย ๆ

แต่สถานที่ ที่ กทม. ไม่พร้อม หากกลับไปพะเยา จะต้องเอาจริง

...จากการฟัก และศึกษาจากที่นี่ตลอดจนเว็บไก่ หนังสือไก่ที่ผู้เชี่ยวชาญพิมพ์ขาย ทำให้สามารถปรับวิธีการ

จนตอนนี้ผมพอรู้แล้วว่า จะเพาะ จะฟัก จะทำให้มันรอดทำแบบไหนถึงจะดี

...ขอบคุณคุณหมูมากครับที่แนะนำ

...แม้ผมจะเป็นหนุ่มน้อย แต่คงอยู่เพาะไก่ป่าได้อย่างแน่นอน :D :D

_________________
หนุ่มน้อย(จริง ๆ)...จากห้วยเหิง
"toziro@gmail.com"


Top
 Profile  
 
 Post subject:
PostPosted: Wed Aug 05, 2009 4:25 pm 
Offline
User avatar

Joined: Thu Oct 18, 2007 4:04 pm
Posts: 1737
Location: Bangkok, Thailand
ตู้ฟักไข่ที่มาจากขยะ นี่บอกตรงๆทำขายได้เลยนะคุณห้วยเหิง มันดูสวยสอาดและปราณีต เสียจนไม่รู้ว่าเป็นขยะมาก่อน ว่าที่จริงตู้เย็นเก่าๆ เราเองก็ไม่รู้จะเอาไปไหน ให้คนที่มาซื้อขยะก็แทบจะต้องแถมเงินเพราะมันหนัก นำมารีไซเคิลแบบนี้เจ๋งครับ

_________________
.....สร้อยแสงแดงพระพาย ขนเขียวลายระยับ ปีกสลับเบญจรงค์ เลื่อมไหล่ยงค์ หงส์สะบัด.....


Top
 Profile  
 
 Post subject: ตู้เย็นยี่ห้อหนึ่งแบบ 3 ประตู ของเสียไม่มีอะไหล่ 200-300 บาท
PostPosted: Thu Aug 06, 2009 9:05 am 
Offline
User avatar

Joined: Wed Oct 01, 2008 4:16 am
Posts: 202
Location: อ.ปง จ.พะเยา,กทม.
:lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol:

จากการปรึกษาคุณพิชัยพรรคพวกในหมู่บ้าน เขารับซ่อมเครื่องไฟฟ้า ประเภทแอร์ เครื่องซักผ้า ตู้เย็น ฯลฯ ได้ทราบว่ามีตู้เย็นยี่ห้อหนึ่ง (ของอเมริกาใต้..อย่าให้บอกชื่อเลย) มักเสียเมื่อใช้ได้ไม่นาน มีสารพัดขนาด สวยงามด้วย ราคาแบบขยะ 200-300 บาท เท่านั้น เพราะเจ้าของโมโหที่เสียแล้วไม่มีอะไหล่

...หากจะทำตู้ฟักจากตู้เย็นเก่าผมว่าง่ายมาก เพียงแต่้เพิ่มระบบพัดลมหมุนเวียนอากาศเข้าไป

...การที่มีหลายประตูก็แสดงว่ามีหลายห้อง ทำให้เราสามารถแบ่งเป็นตู้ฟัก ตู้เกิด และตู้อนุบาลอีกก็ยังได้

...ข้อสำคัญต้องปรับปรุง โมดิฟายประตูให้มองเห็นข้างในด้วย ถึงจะเข้าท่า

...ผมเห็นมีคนเอาตู้แช่โค๊กมาทำเครื่องฟักไข่ก็สวยงามดี

...หากผมมีไก่มาก ๆ ว่าจะหาตู้เย็นอย่างว่ามาทำเองสักเครื่องสองเครื่อง

...ตัวควบคุมความร้อนไม่แพงเท่าไหร่ เอาแบบดิจิตอลเลยเพื่อความชัวร์

...สำหรับเครื่องฟักที่ผมทำอันแรก ปรับปรุงไปฟักไปเรื่อย ๆ จนสามารถควบคุมอุณหภูมิอยู่ระหว่าง 37.5-38.5 องศาเซลเซียส ความชื้นประมาณ 55-60 เปอร์เซนต์

...มีอยู่ครั้งหนึ่งผมเปิดไฟหลอด 6 แรงเทียนเพื่อดู และกลับไข่แล้วลืมปิด 3 ชั่วโมง ทำให้เกือบ ๆ กลายเป็นตู้อบไข่

...2 ตัว ที่ออกมาชุดนั้นตอนออกมาแรก ๆ ขนกรอบหน่อย ๆ

...แต่ต่อไปคงไม่เกิดเหตุการอย่างนี้อีก

...หลอดไฟให้ความร้อน 60 วัตต์ มีอ่างน้ำอยู่ใต้หลอด

...2-3 วันต้องเติมน้ำ ห้ามแห้งอย่างเด็ดขาด

...เนื่องจากตู้แรกนี้เล็กนิดเดียว สามารถฟักไข่ไก่ป่าได้ 20 ฟอง

...ประตูด้านล่างเจาะรู 1 นิ้ว ให้อากาศเย็นไหลเข้า ด้านบนประตูเจาะรู 1 นิ้วครึ่ง ให้อากาศร้อนไหลออก

...หากวันไหนฝนตกจะเห็นความชื้นเกาะท่อช่องบนดังภาพ

...ช่วงแรก ๆ ผมต้องเอาริมฝีปากไปอังใกล้ ๆ ท่อบน เพื่อวัดว่ามีการถ่ายเทอากาศหรือไม่

...ไม่เชื่ออย่าลบหลู่วิธีการนี้เป็นวิธีที่ผมเลียนแบบจากพวกงูที่เซนเซอร์เหยื่อด้วยคลื่นความร้อน

...เป็นเีรื่องสนุกสนานพอสมควรครับ

...ว่าง ๆ จะเอารายละเอียดตู้ทั้งหมดมาให้ชม เพราะตอนนี้การทดลองจบแล้ว

...ข้อคิดเห็นที่น่าสนใจคือตู้เย็นเก็บความร้อนได้ยอดเยี่ยม ไฟติดแค่ 3-4 ครั้ง ใน 1 ชั่วโมง ในตอนกลางวัน หากฝนตกก็จะมากครั้งหน่อย ครั้งละประมาณ 3 นาที เท่านั้น :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D

_________________
หนุ่มน้อย(จริง ๆ)...จากห้วยเหิง
"toziro@gmail.com"


Top
 Profile  
 
 Post subject:
PostPosted: Thu Aug 06, 2009 4:28 pm 
Offline
User avatar

Joined: Thu Oct 18, 2007 4:04 pm
Posts: 1737
Location: Bangkok, Thailand
ฮ่าๆๆๆ
นี่ขนาดเล่าเรื่องทำตู้ฟัก ยังอ่านมันส์ สไตล์ห้วยเหิงจริงๆ พัฒนาเสร็จเมื่อไหร่ผมขอเอาไปเผยแพร่แก่เพื่อนฝูงชาวไก่ชนได้ไหมครับ หลายคนยังเด็กและไม่ค่อยมีสตางค์
เรื่องตู้ฟักไข่จากตู้เย็นนี้เข้าท่าเพราะตู้เย็นมีฉนวนกันความร้อน ความเย็นอย่างดี เพียงแต่อาจจะทึบไปหน่อยคงต้องเจาะช่องเล็กๆ ไส่กระจกเอาไว้ดูไข่ เวลากลับไข่ทำอย่างไรครับ ใช้มือเหรอ
สำหรับที่ไส่น้ำทำความชื้น ผมแนะนำให้เอาลวดตาข่ายมาครอบปิดไว้ เพราะที่บ้านเคยเกิดโศกนาตกรรม ลูกไก่หล่นลงไปตายในน้ำนี้มาแล้ว
เดี๋ยวถ้าผมหาเจอจะเอากล่องฟักไข่แบบอนาถาที่ชาวไก่ชนทำมาให้ดู ไม่เลิศหรูอย่างตู้เย็นขยะนี่หรอกครับ

_________________
.....สร้อยแสงแดงพระพาย ขนเขียวลายระยับ ปีกสลับเบญจรงค์ เลื่อมไหล่ยงค์ หงส์สะบัด.....


Top
 Profile  
 
 Post subject: ตามล่าหาเทอร์โมมิเตอร์
PostPosted: Fri Aug 07, 2009 7:52 am 
Offline
User avatar

Joined: Wed Oct 01, 2008 4:16 am
Posts: 202
Location: อ.ปง จ.พะเยา,กทม.
:shock: :shock: :shock: :shock: :shock: :shock: :shock: :shock: :shock: :shock:


"มีเทอร์โมมิเตอร์ที่ตู้อันหนึ่ง ลองไปหาดู"....

...นั่นเป็นเสียงโทรศัพท์ของ ผบ.แจ้งมาขณะไปส่งเจ้าลูกชายไปซื้อกร๊าฟฟิคการ์ดคอมพิวเตอร์ ที่แฟชั่นไอแลนด์

...อ้าว ! นี่มันเทอร์โมมิเตอร์วัดไข้นี่นา ผมบ่นในใจ เพราะเวลาไปหาหมอ พยาบาลจะใช้เจ้าแท่งแก้วที่มีกระเปาะปรอทพร้อมตัวเลขสเกลแสดงอุณหภูมิอย่างละเอียด เพื่อวัดไข้

...มันไม่น่าจะดีเมื่อเอาไปไว้ในตู้ฟัก จึงยืนยันให้ซื้อเทอร์โมมิเตอร์แบบติดข้างฝา ที่เคยเห็นในตู้ฟักของพวกเซียนไก่ซารามอทำขาย ที่มีกระเปาะของเหลว ซึ่งไม่รู้ว่าเป็นอะไรสีแดง ๆ พร้อมสเกลบอกอุณหภูมิทั้งเซลเซียสและฟาเรนไฮ

...แล้วผมก็ได้มา ราคา 98 บาท

...เมื่อเซทเทอร์โมคอนโทรล หรือตัวตัดไฟที่เป็นแบบเกจ์วัดของเก่าที่ร้านพรรคพวกให้มาที่ใกล้ ๆ 40 องศาเซลเซียส เนื่องจากเป็นการปรับแบบใช้ไขควงกะ ๆ เอา ไม่ใช่ดิจิตอล

...การปรับเกจ์วัดตัดต่อไฟแบบนี้ยากมาก ไม่รู้ว่า 37.5-38.5 มันอยู่ตรงไหน สเกลมันหยาบสุด ๆ

...เมื่อปรับหมุนตั้งเข็มเสร็จก็ลองเปิดสวิทให้ไฟฟ้าจากหลอดไฟ 60 วัตต์ ให้ไฟติดสว่างในตู้ แล้วค่อยเช็คดูเทอร์โมมิเตอร์แบบแขวนข้างฝาแต่เราเอามันยัดลงไปในตู้ฟักแทนว่าเป็นเท่าใด

...ครึ่งชั่วโมงผ่านไปไฟดับ และติดสองครั้ง จึงเิปิดประตูตู้ดู ปรากฏว่าอยู่ที่ 102 องศาฟาเรนไฮ

...น่าจะใช้ได้

...แล้วก็เอาอ่างน้ำใส่ลงไปใต้หลอดไฟ ปล่อยไว้อีกครึ่งชั่วโมง

...ที่นี้เทอร์โมมิเตอร์มันเปลี่ยน มันไม่แน่นอน

...สงสัยจะเพี้ยนแน่ ๆ ทำไงดี

...จึงไปเอาเทอร์โมมิเตอร์วัดไข้ที่ผมว่าไม่น่าจะใช้ได้ในตู้ฟัก เนื่องจากมันดูบอบบาง

...แต่เชื่อหรือไม่ มันเที่ยงตรงสุด ๆ วัดได้ที่เกือบ ๆ 40 องศาเซลเซียส

...จึงทำการปรับเทอร์โมคอนโทรลหรือตัวควบคุมความร้อนอีกหลายรอบ

...จนกว่าจะได้ที่ ที่ 37.5-38.5 องศาเซลเซียส ตามที่ตำราต่าง ๆ บอกว่ากำลังดี ไข่อุ่น ไข่ชอบ ตัวอ่อนจะแบ่งเซลเจริญอย่างรวดเร็ว

...ช่วงแรกไม่มีเกจ์วัดความชื้น มั่ว ๆ เอา

...จึงไปหาซื้อมาเป็นของจีนแดง มีเทอร์โมมิเตอร์รวมอยู่ด้วย 100 บาท

...เมื่อเอามาใส่ในตู้ฟักดู ปรากฏว่าตัวเทอร์โมมิเตอร์มันเพี้ยน จากที่เห็นมันแจ้งว่า 35 องศาเซลเซียสเท่านั้น แต่ความชื้นอยู่ที่ 60 เปอร์เซนต์

...ทำให้ผมงุนงงสงสัยไม่สบายใจเพราะเทอร์โมมิเตอร์ 3 อันไม่เท่ากัน แต่ผมเชื่อเทอร์โมมิเตอร์วัดไข้ว่าชัวร์

...จึงเอาเกจ์วัดที่ได้มาหลังสุดไปลองทดสอบในตู้ฟักมาตรฐานราคาตู้ละ 10.000 บาท ของมินิฟาร์ม ก็พบว่าเกจ์วัดความชื้นของจีนแดงได้แจ้งสถานะในตู้แบบเทพเป็นที่ 70 เปอร์เซนต์ และเกจ์วัดความร้อนขึ้นที่ 35 องศาเซลเซียส มันเพี้ยนไปมากเนื่องจากเครื่องวัดแบบเทพในตู้ราคาแพงอยู่ที่ 100 องศาฟาเรนไฮ หรือมันมากกว่าเกจ์วัดอันละ 100 บาทจากจีนแดง

...จึงทำให้ถึงบางอ้อว่าเกจ์วัดมันหามาตรฐานยาก พอ ๆ กับนายกตามล่าตามเลือกสรรหา ผบ.ตร. นั่นแหละครับ

...เพียงรู้เลา ๆ ว่าความชื้นในตู้ของผมใกล้เคียงของระดับเทพจึงอุ่นใจว่าน่าจะฟักได้ผล

...จึงเอาไข่เข้าฟักงวดแรก 9 ฟอง

...ผ่่านไป 5 วัน เอาไฟส่องไข่ดูเห็นมีเชื้อแค่ 2 ฟอง ที่เหลือดูว่าง ๆ ไม่มีอะไรกระดุกกระดิก

...ผ่านไป 7 วัน สองดูใหม่ก็ปรากฏแน่ชัดว่า 7 ฟองนั้นมันไม่มีเชื้อ เนื่องจากพ่อพันธุ์ แม่พันธุ์เด็กมาก

...จึงเอาออกจากตู้ตามตำราที่เขาบอกว่าทิ้งไว้อาจเน่าเหม็น หรือระเบิดทำให้ตู้สกปรกได้

...จากนั้นผมก็เอาไข่เข้าไปฟักอีก 3 ชุด มากบ้างน้อยบ้าง

...รวมแล้วตู้นี้ฟัก 26 ฟอง ออกเป็นตัว 6 ฟอง ตายไป 2 ตัวเหลือ 4 ตัว

...จากการส่องดูไข่ที่เสียส่วนมากจะใส ๆ โล่ง ๆ มีที่ทึบ ๆ สัก 20 เปอร์เซนต์

...อย่างที่เล่าชุดแรกที่ออกมาขนกรอบ ๆ เนื่องจากเปิดไฟส่องสว่าง 6 วัตต์ 3 ชั่วโมง เทอร์โมมิเตอร์แจ้งว่า 42 องศาเซลเซียส เดชะบุญที่ลูกเจี๊ยบเดนตายสามารถรอดมาได้ แต่ก็พิการจนต้องทำให้ตายไปตัวหนึ่ง

...หลังจากปรับและทดสอบเปรียบเทียบเทอร์โมมิเตอร์หลาย ๆ แบบแล้ว พบว่าเทอร์โมมิเตอร์วัดไข้เที่ยงตรงที่สุด

...ดีที่มีงบจำกัดไม่งั้นจะต้องไปซื้อตัววัดความร้อนแบบที่สนามบินวัดผู้โดยสารขาเข้า เหมือนที่ไข้หวัด 2009 ระบาดใหม่ ๆ มาส่องสักเครื่อง

...เทอร์โมมิเตอร์วัดไข้สามารถเอามาวัดแบบที่พยาบาลทำกับเครื่องฟักของผมได้ คือเอาแหย่ลงไปในท่อระบายอากาศร้อนด้านบน โดยเอาเทปพันสายไฟพันรอบ ๆ ด้านบนสุดแล้วเอาเชือกเล็ก ๆ ร้อยไว้ ผูกไว้ให้ดีอย่าให่หล่นเข้าไปในตู้ฟัก

...เมื่อเราอยากเช็คอุณหภูมิภายในตู้ว่าเท่าไหร่ ก็ดึงมันออกมา ดังภาพที่เห็นเทอร์โมมิเตอร์วัดไข้คาอยู่ที่ท่อระบายอากาศร้อนของเครื่องฟักของผม ตามภาพที่แสดงไว้

...มันทำให้อุ่นใจ ชักออกมาดูที่ไรก็ 37.5-38.5 องศาเซลเซียส แล้วแต่ว่าอุณหภูมภายนอกจะเปลี่ยนแปลงไปบ้าง

...หากอากาศภายนอกมีความชื้นสูงเช่นฝนตก เชื่อหรือไม่ว่าอุณหภูมิแทนที่มันจะลด มันกลับเพิ่ม

...ไม่ลองไม่รู้ครับ (เด่น ดอกประดู่ คอนเฟิร์ม)

...เรื่องตามล่าหาเทอร์โมมิเตอร์ก็จบเพียงเท่านี้ :lol: :lol: :lol: :lol: :lol:Image

Image

Image

_________________
หนุ่มน้อย(จริง ๆ)...จากห้วยเหิง
"toziro@gmail.com"


Top
 Profile  
 
 Post subject:
PostPosted: Mon Aug 10, 2009 10:54 pm 
Offline
User avatar

Joined: Thu Oct 18, 2007 4:04 pm
Posts: 1737
Location: Bangkok, Thailand
คุณห้วยเหิง ทำยังกะเขียนวิทยานิพนธ์เลยเนาะ ตอนค่อยๆหย่อนปรอทลงไป"วัดไข้"ตู้ฟักน่ะ น่ารักน่าเอ็นดูครับผม
:P

_________________
.....สร้อยแสงแดงพระพาย ขนเขียวลายระยับ ปีกสลับเบญจรงค์ เลื่อมไหล่ยงค์ หงส์สะบัด.....


Top
 Profile  
 
 Post subject: ผลงานการทดลอง
PostPosted: Tue Aug 11, 2009 8:02 am 
Offline
User avatar

Joined: Wed Oct 01, 2008 4:16 am
Posts: 202
Location: อ.ปง จ.พะเยา,กทม.
:D

ET. ผู้มาเร็ว ไปเร็ว ด้วย UFO

Image

ก่อนจะดูรายละเอียดขบวนการเจาะ ซึ่งลูกเจี๊ยบจะเจาะเปลือกไข่ด้วยตัวเอง

...เมื่อฟักไป 17-18 วัน ก็จะเริ่มมีรอยกระเทาะของเปลือกไข่ที่แข็งแรง เป็นช่องเล็ก ๆ เพื่อหายใจ

...เนื่องจากระบบการหายใจ ปอดยังไม่สมบูรณ์ ต้องใช้เวลาค่อย ๆ ปรับระบบไปเรื่อย ๆ พร้อมกับตัวลูกเจี๊ยบจะขยายออกจนในที่สุดจะคับไข่

...เมื่อมีแรงมากขึ้นก็เจาะมากขึ้นจนบางฟองเจาะรอบไข่กระทั่งส่วนบนหลุดออกไปเลย

...แต่สำหรับไข่ชุดนี้มันไม่ค่อยเจ๋ง คือเป็นการทดลองผสมแบบอินบรีด แถมผสมอายุน้อยมาก แค่ตัวเมียหน้าแดงร้องก๊าก ๆ ตัวผู้หางชัยยังงอกหน่อยเดียว ก็ผสมเลย

...ดังนั้นทุกตัว-ทุกฟอง ผมเป็นหมอตำแยเองครับ

...เมื่อไม่เจาะต่อ ผมก็ช่วยแกะ เมื่อเวลาผ่านไปประมาณ 15 ชั่วโมง

...หากไม่เจาะไม่แกะเปลือกช่วยจะตายคารูเล็ก ๆ นั่นเอง

...เคยเห็นหลายฟองที่มินิฟาร์มที่เครื่องฟักมาตรฐาน แต่ลูกเจี๊ยบโผล่มาแค่จะงอยปาก แล้วก็สิ้นใจตาย

...จากที่เห็นผมจึงแกะเปลือกโดยดูเยื่อข้างในเป็นหลัก ถ้าเยื้อแยกออกจากเปลือกแล้วก็แกะได้

...อย่าแกะเลยเขตอย่างเด็ดขาด เพราะรอบ ๆ เยื่อจะมีเส้นเลือดเป็นใยแมงมุม

...แกะส่วนบน ครึ่งบนประมาณเกือบ ๆ ครึ่งฟอง ปล่อยให้ข้างล่างมีการพัฒนาต่อไปได้

...ให้ระบบเส้นเลือดแห้งไปเองเมื่อปล่อยให้อยู่ในตู้ฟักต่อไปอีกอย่างน้อย 2 ชั่วโมง

...หากแกะส่วนที่แห้งจะไม่มีเลือดไหล ถ้าแกะเที่ยงคืนก็ไปนอนได้เลย ตื่นเช้ามาดูจะพบว่าลูกเจี๊ยบออกมาเรียบร้อยแล้ว

...บางตัวยังเปียกเป็น ET อยู่เลย บางตัวก็เดินได้แล้ว บางตัวก็ยังมีรกติดสะดือโยงกับเปลือกไข่ด้านล่าง โดยลากเปลือกไข่ไปมาให้วุ่นวาย

...ในกรณีหลังอย่าได้ดึงออก ไม่ต้องตัดสายรก ให้อยู่ในตู้ฟักต่อไปอีก 2-3 ชั่วโมง มาดูจะพบว่ามันออกมาเดินได้แล้ว

...เมื่อออกมาเรียบร้อยก็เอาเปลือกไข่ออกทิ้ง ปล่อยไว้สักวันหนึ่ง ขนจะแห้งร้องลั่นตู้เลยที่เดียวเชียว

...แต่สำหรับลูกเจี๊ยบละอ่อนที่ไม่ค่อยจ๊าบนักต้องมีการปฐมพยาบาลหลายอย่าง

...แล้วจะเล่าต่อในครั้งต่อไป มี่เทคนิคสุดลึกลับ ไม่มีเปิดเผยที่ไหน (ยกเว้นที่นี่)

...วันนี้ดูกิจกรรม 4 เจี๊ยบ ต่างวัยไปก่อน

...ตัวโตสุดวันนี้อายุ 1 เดือน 3 วัน นอกนั้นก็สิบกว่าวัน และ 7-8 วัน

รอยกระเทาะฝีปากลูกเจี๊ยบ
Image


ช่วยแกะครั้งแรก เพื่อให้หายใจสะดวก
Image


ลักษณะนี้อย่าเลาะเยื้อด้านใน เลือดจะไหลจนตายได้ ปล่อยไว้แห้งในตู้ฟักก่อน
Image


คับไข่แล้วเตรียมทำคลอด
Image


ตัวนี้ผมช่วยเอาออกจากเปลือก เพราะเบ่งตัวสักเท่าไรก็ไม่หลุดออกมา เปลือกไข่หนาเกินไป
Image


อย่าดึงสายรกออก
Image


ปล่อยให้อยู่ในตู้ฟักต่อจนขนแห้ง
Image

แห้งดีแล้วเอาออกมาไว้ที่ตู้อนุบาลได้เลย
Image


ในตู้อนุบาลปรับอุณหภูมิใกล้เคียงในตู้ฟัก
Image

แหกปากหาพ่อบุญธรรม
Image


2 วันผ่านไปชักหิว นี่เป็นอาหารมื้อแรก
Image

สอนให้กินน้ำ
Image


ตื่นแต่เช้า
Image


พี่ใหญ่
Image


คู่หู ออกห่างกันครึ่งวัน
Image


ถ่ายกับพ่อ
Image


ขี่หลังพ่อซะหน่อย
Image


ET.ผู้ที่ต้องผจญกับมด จนตัองโดนทำคลอดก่อนกำหนด ทำนองผ่าตัดซีซ่าร์ ผมรื้อเยื้อชั้นในเลือดกลบไปหมด แต่ไม่ตาย สามารถออกมาโชว์ตัวได้ รายนี้ ต้องตัดสายสะดือด้วย เนื่องจากมันยังไม่ปิด ยังแดงแจ๋อยู่
Image


ET. ผู้จากไป หลังจาก Phone home เรียบร้อยแล้ว ผมมีโอกาสป้อนน้ำ 2 ครั้ง ป้อนอาหาร 1 ครั้ง
Image


มาช่วยทำเว็บ
Image


ET. ผู้มาเร็ว ไปเร็ว ด้วย UFO
Image

_________________
หนุ่มน้อย(จริง ๆ)...จากห้วยเหิง
"toziro@gmail.com"


Top
 Profile  
 
 Post subject: เรื่องของ 4 เดนตาย
PostPosted: Thu Aug 13, 2009 8:04 am 
Offline
User avatar

Joined: Wed Oct 01, 2008 4:16 am
Posts: 202
Location: อ.ปง จ.พะเยา,กทม.
:D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D

Image

ไอ้จิ๋วก้นตันจอมซ่า

เรื่องของไอ้จิ๋วที่เกิดมามีโรคประจำตัวติดมาด้วย คือรู้สึกว่าระบบย่อยจะไม่ดี ตรงท้องมีไตแข็ง ๆ เหมือนมีการคั่งค้างของขี้ไก่อยู่ภายใน มองบั้นท้ายแล้วห้อย ๆ แปลกกว่าเพื่อน แถมขี้มีเหนียวติดก้นอีกต่างหาก ขนบริเวณใต้ก้นก็แข็งเป็นแผ่น ต้องเอาสำลีชุบน้ำเช็ดวันละครั้ง

อาการที่ว่าอาจเป็นเพราะผมทดลองเอาอาหารแมวบดให้เป็นเม็ดเล็ก ๆ ผสมอาหารลูกไก่ให้มันกิน ตามสูตรเซียนไก่แจ้ซารามอที่ให้สัมภาษณ์หนังสือฉบับหนึ่งว่าแทนที่จะให้อาหารไก่ กลับให้อาหารหมาแทนในช่วงแรกเกิด

ผมไม่มีอาหารหมามีแต่อาหารแมวจึงลองดู ปรากฏว่าตอนแรกท้องเสีย ขี้ไม่สวย

ต่อมาก็มีอาการขี้อุดก้นเป็นบางเวลา แต่หากว่าเป็นเวลากลางคืน ผมให้นอนในกล่องรองด้วยสำลี เอาผ้าหลุมไว้เลียนแบบการกกของแม่ไก่ (ซึ่งลูกเจี๊ยบทุกตัวจะพอใจ ไม่ต้องเปิดไฟ หลับถึงเช้า) พอเปิดผ้าออกก็พบว่ามีขี้มากมาย มากกว่าตัวอื่น ๆ

แสดงว่าระบบย่อยมีปัญหาจริง ๆ เนื่องจากไก่ตามธรรมดาจะขี้ตลอด ขี้ไปกินไปเรื่อย ๆ

โดยเฉพาะ 2 ตัว ชุดหลังสุดที่ฟักได้ ซึ่งเป็นลูกของ "มาร์ค 1" ตัวหนึ่ง

Image

คุณ K ในมาดกระพือปีกโชว์ความแกร่ง หวังว่าจะเป็นตัวผู้

สภาพขนของ K สวยงามมาก
Image

K_คือชื่อที่ผมตั้งให้ ออกจากท้องมาร์ค 1 วันที่ 13 ก.ค. 2552 ตอนบ่าย ก่อนที่มาร์ค 1 จะโดนงูเหลือมเขมือบในเช้ามืดวันที่ 14 ก.ค. 2552

Image


มาดเท่ของคุณ Q


Q_คือลูกของคู่หูมาร์ค 1 ที่ยังอยู่ออกจากก้นแม่วันที่ 12 ก.ค. 2552

ทั้ง 2 ฟอง ฟักวันที่ 16 ก.ค. 2552 ออกเป็นตัววันที่ 4 ส.ค. 2552 ไล่กันเกือบ 20 ชั่วโมง

ทั้ง ๆ ที่เจาะไข่พร้อม ๆ กัน แต่ K ออกจากเปลือกที่หลังเนื่องจากเปลือกไข่หนามาก เบ่งตัวอยู่เป็น 10 ชั่วโมงก็ไม่ยอมหลุดออกมา จึงต้องช่วยแกะ ไม่งั้นคงตายคาเปลือกไข่ไปแล้ว

K เป็นตัวแทนตัวสุดท้ายของ "มาร์ค 1" ตอนนี้อายุได้ 9 วันแล้ว แข็งแรงดีมาก สะอาดสะอ้านอยู่ในตู้อนุบาลเดียวกับ Q

Image
K+Q ผู้เกิดมาเป็นคู่ซี้

Image
4 เดนตายใช้อาหารสูตรเดียวกัน คืออาหารลูกไก่บดให้เล็ก ๆ กับอาหารนกเขาใหญ่ตำให้แหลก


************************************
Image
คู่หูต่างวัย

...กลับมาที่เจ้าจิ๋วจอมซ่า ที่มักมีปัญหากับพี่ใหญ่ตัวแรกที่วันนี้อายุได้ 35 วันแล้ว อาจจะเป็นเรื่องของช่องว่างระหว่างวัยก็ได้ เพราะเจ้าจิ๋วอายุสิบกว่าวัน แถมตัวจิ๋วกว่า K+Q ทั้ง ๆ ที่อายุมากกว่าหลายวัน

...ผมหาวิธีแก้ไขให้พี่ใหญ่กับเจ้าจิ๋วเลิกทะเลาะกันโดยเริ่มจากที่พี่ใหญ่ชอบจิกหัวจิกเท้าเจ้าจิ๋วเวลาปล่อยออกมาเล่นข้างนอกพร้อม ๆ กัน

...ผมสังเกตดูอาจเป็นการอิจฉาหรือเป็นธรรมชาติของไก่ก็ไม่อาจทราบได้ ไก่ตัวใหญ่กว่ามักจิกตัวเล็กกว่าเสมอ

...ผมเลยใช้วิธีจับเจ้าจิ๋วไว้ในอุ้งมือแล้วเอาปากเจ้าจิ๋วจิกหัวพี่ใหญ่แรง ๆ หลาย ๆ ครั้ง เอาตีนตีหน้าด้วย เอาแบบจริง ๆ เหมือนสู้กัน

...หลังจากนั้นก็ปล่อยให้ลงพื้นอยู่ใกล้ ๆ กัน ก็ไล่จิกไล่ตีกันต่ออีกหลายวัน เอากล่องพลาสติกไสมาครอบเจ้าจิ๋วไว้ พี่ใหญ่ก็ยังตามจิกรอบ ๆ กล่อง

...ก็จำเป็นต้องใช้วิธีเดิมคือช่วยเป็นเทร็นเน่อร์เจ้าจิ๋วต่อไป จนเจ้าจิ๋วสู้เอง พอเข้าใกล้เจ้าจิ๋วก็จิกบ้าง จิกหัวไม่ถึงก็จิกตามตัว จิกจนขนหลุดติดปากก็มี

...วิธีสุดท้ายคือให้อยู่ในตู้อนุบาลเดียวกันแต่มีตาข่ายกั้นกลาง อยู่สองวัน ทุดท้ายก็เป็นเพื่อนต่างวัยกันได้

Image

...เมื่อวานนี้จึงเอาไปอยู่ในตู้อนุบาลขนาดใหญ่ยาว 1 เมตร กว้างครึ่งเมตร ปรากฏว่าอยู่ด้วยกันได้ ไม่ทะเลาะกันอีก กลางคืนนอนด้วยกันอย่างกับเกิดพร้อม ๆ กันเหมือน K+Q

Image

Image

Image

Image

...สถานการณ์ตอนนี้เรียบร้อยดีดังภาพชุดนี้

Image

Image

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

ขอปรึกษา ท่านผู้เชี่ยวชาญ

เนื่องจากเจ้าจิ๋วยังมีอาการขี้ไม่ปรกติอยู่บ้าง มีอาการติดเป็นจุกเล็ก ๆ แหลม ๆ คาอยู่ บางครั้งต้องช่วยดึงออก

อาการอย่างว่าจะรักษาอย่างไรดีครับ ?

@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@@

_________________
หนุ่มน้อย(จริง ๆ)...จากห้วยเหิง
"toziro@gmail.com"


Top
 Profile  
 
 Post subject: K+Q ศึกษารายละเอียดไก่ป่า
PostPosted: Sun Aug 16, 2009 11:20 am 
Offline
User avatar

Joined: Wed Oct 01, 2008 4:16 am
Posts: 202
Location: อ.ปง จ.พะเยา,กทม.
:D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D
แล้วเราจะโตเป็นไก่ต่อที่หล่อไม่แพ้ไก่ป่า
Image

เมื่อ 2 วันก่อนผมลองนำ K+Q ออกมาเล่นหน้าจอคอมฯ เมื่อเปิดเอกสารที่เคยดาวน์โหลดจากเว็บนี้ แล้วนำมาขยายให้ตัวหนังสือใหญ่ ๆ

...เชื่อหริอไม่ว่าทั้ง 2 ตัว สนใจเป็นอย่างมาก

...ต่างจ้องมองเหมือนอ่านออก

...คงคิดว่าพวกเราเป็นแค่ไก่ต่อ คงมีมาดไม่ใกล้เคียงไก่ป่าแน่ ๆ

Image

...."น่าสนใจจริง ๆ เว็บไก่ป่าของคุณหมูและพรรคพวก"...

_________________
หนุ่มน้อย(จริง ๆ)...จากห้วยเหิง
"toziro@gmail.com"


Top
 Profile  
 
 Post subject:
PostPosted: Mon Aug 17, 2009 8:49 am 
Offline
User avatar

Joined: Fri Oct 19, 2007 7:43 pm
Posts: 499
Location: Naknon Sawan
เป็นภาพที่น่ารัก ไอเดียบรรเจิดครับ คุณห้วยเหิง

_________________
Thongchai Sarakul


Top
 Profile  
 
 Post subject: กำเหนิด คุณ K โดยหมอตำแย
PostPosted: Wed Aug 19, 2009 3:44 pm 
Offline
User avatar

Joined: Wed Oct 01, 2008 4:16 am
Posts: 202
Location: อ.ปง จ.พะเยา,กทม.
:roll: :roll: :roll: :roll: :roll: :roll: :roll: :roll: :roll:

วีดีโอ นี้ผมถ่ายไว้ตอนช่วย K ออกจากเปลือกที่หนามาก หากไม่ช่วยอาจตายคาเปลือกได้

http://www.youtube.com/watch?v=TinoMguwJ5Y

ที่เห็นหลับตาลงไม่ได้ตายนะครับ เขาคงเหนื่อย หลังจากนำกลับเข้าตู้ฟักพร้อม ๆ กับไข่ส่วนล่างสัก 2 ชั่วโมงก็ออกจากเปลือกโดยสมบูรณ์ และแข็งแรงดีดังภาพ


หลัังจากออกจากตู้ได้ 4 วัน (ทำคลอด วัน ที่ 4 ส.ค. 2552 )
Image

ขวามือคือคุณ K
Image

ขณะนี้อายุได้ 15 วัน แล้วครับ บินได้แล้ว

_________________
หนุ่มน้อย(จริง ๆ)...จากห้วยเหิง
"toziro@gmail.com"


Top
 Profile  
 
 Post subject:
PostPosted: Wed Aug 19, 2009 5:04 pm 
Offline
User avatar

Joined: Thu Oct 18, 2007 4:04 pm
Posts: 1737
Location: Bangkok, Thailand
อย่างนี้ต้องเรียกพรสวรรค์ครับคุณห้วยเหิง กิจกรรมตำแยอ่านสนุกมีรสชาดดีจริงๆ ไร้เทียมทาน..
ลูกไก่ที่ขี้ติดก้นบางตัวเป็นเพราะความผิดปรกติของทวารลูกไก่เอง ส่วนมากเป็นกับลูกไก่ที่เกิดก่อนกำหนดผมก็เคยเจอครับ ส่วนมากเลี้ยงไม่ค่อยรอด แต่บางตัวโตขึ้นก็หายเองก็มี ทางที่ดีจับเลี้ยงแยกไว้แล้วผสมยาครอบจักรวาลลงในน้ำ ให้กินดู เพราะอาจเป็นโรคขี้เขียว ขี้ขาว ถ้ามีอาการยืนหลับละก็ระวังดีๆเลยครับ
ลูกไก่ของคุณห้วยเหิงบินได้บ้างไหมครับ ดูเชื่องดีแท้ๆ หากเป็นไก่ป่า บินเตลิดเปิดเปิง จับไม่ได้หรอกครับ เสน่ห์ของไก่ต่ออยู่ตรงนี้แหละ พวกเขาสามารถคบเราเป็นเพื่อนได้
นี่ผมอ่านสนุกจนลืมกลับบ้านเลย
ขอบคุณครับ

_________________
.....สร้อยแสงแดงพระพาย ขนเขียวลายระยับ ปีกสลับเบญจรงค์ เลื่อมไหล่ยงค์ หงส์สะบัด.....


Top
 Profile  
 
 Post subject: เมื่อวานนี้คุณ Q บินไปหลบใต้เครื่องซักผ้า
PostPosted: Thu Aug 20, 2009 11:02 am 
Offline
User avatar

Joined: Wed Oct 01, 2008 4:16 am
Posts: 202
Location: อ.ปง จ.พะเยา,กทม.
:D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D :D

เรียนคุณหมู


ไก่ต่อที่ผมฟักเพาะออกมาหากใกล้ชิดก็จะเชื่องมาก คือต้องส่งเสียง จับต้องลูบคลำ นำออกมาเล่นบ่อย ๆ ดัง คู่หูต่างวัย จะเชื่องและบินมาเกาะไหล่

แต่ Q+K ยังอนุบาลอยู่ในบ้าน ไม่ค่อยได้นำออกไปข้างนอก และผมมักไม่ค่อยส่งเสียงให้เขาจำ และพวกเขาคงจำหน้าตาผมไม่ได้ เพราะอยู่ในตู้อนุบาลที่มีไฟส่องตลอด ไฟมันคงแยงตามองขึ้นมาไม่เห็นหน้าผม

เขาจะจำได้แต่มือเราที่ยื่นเข้าไปจับเล่นเป็นบางครั้ง

เมื่อวานนี้ลองนำออกไปนอกบ้าน เอาไปเกาะที่กิ่งไม้ แล้วหันไปล้างอ่างน้ำไก่ตัวอื่น ๆ

หันมาอีกทีหายไปทั้งคู่

ผมตกใจรีบออกตาม ปรากฏว่้าคุณ Q กำลังกึ่งวิ่งกึ่งบินหนีไปทางข้างบ้าน ร้องจี๊บ ๆ ๆ แบบตกใจ วิ่งเข้าไปซุกใต้ชั้นใกล้ ๆ เครื่องซักผ้า เรียกอย่างไรก็ไม่ออกมา จึงต้องเอามือล้วงควานเข้าไปจับออกมา

ส่วนคุณ K นั้นเงียบไม่มีเสียง ผมหาอยู่ตั้งนาน ไม่เจอ ชักใจไม่ดี เพราะเป็นลูกของ มาร์ค 1 ตัวสุดท้ายเสียด้วย

มองต่อไปเรื่อย ๆ ไปเจอยืนตัวเกรงอยู่ในอ่างบัว ดีที่อ่างบัวมีใบไม้หล่นลงไปมากจึงมีน้ำตื่น ๆ แค่ท้องลูกเจี๊ยบ

ไม่งั้นคงตายแน่ ๆ

...สรุปแล้วลูกเจี๊ยบบินได้ อายุทั้ง 2 ตัว วันนี้ 16 วัน ครับ

...ต่อไปต้องเอาออกมาเล่นมาก ๆ

...เท่าที่ผ่านมาลูกเจี๊ยบที่ผมเลี้ยงจะไม่หนีไปไหน ถ้าเขามองเห็นเราอยู่ในสายตา จะจิกเล่นอยู่ที่เดิม

...แต่นี่เล่นบินหนีทีเผลอ เป็นบทเรียน เพราะหากมีแมวอยู่ใกล้ ๆ มีหวังเหลือแต่หัวแน่ ๆ

...รายงานเรื่องตู้ฟักจากขยะใกล้จบแล้วครับ ผมกำลังสรุปจะจบที่การเปิดกล่องดำวันสองวันนี้ครับ

...ไม่ได้เป็นเรื่องวิชาการ แต่เป็นเรื่องประสบการณ์จริง อาจเป็นประโยชน์ต่อผู้สนใจบ้าง ไม่มากก็น้อย

...ขอขอบคุณ คุณหมูที่เข้ามาช่วยแนะนำเรื่องไอ้จิ๋วก้นตัน

...ตอนนี้อาการดีขึ้นแล้ว ก้นแห้ง ไม่มีอาการยืนหลับมาตั้งแต่ต้นแล้ว อาจเป็นเพราะอาหารก็ได้ หรือเป็นที่รูทวารคับแคบก็อาจเป็นได้

...คงไม่ใช่โรคริดสีดวงทวารหรือขี้ขาว ขี้เขียว

...เนื่องจากขณะนี้ไอ้จิ๋วขี้ออกมาเป็นก้อนสวยงามน่ารักดีแล้วครับ

:lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol: :lol:

_________________
หนุ่มน้อย(จริง ๆ)...จากห้วยเหิง
"toziro@gmail.com"


Top
 Profile  
 
Display posts from previous:  Sort by  
Post new topic Reply to topic  [ 37 posts ]  Go to page 1, 2, 3  Next

All times are UTC + 7 hours


Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 0 guests


You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot post attachments in this forum

Search for:
Jump to:  
suspicion-preferred