It is currently Thu Feb 09, 2012 3:57 am

All times are UTC + 7 hours



Welcome
ยินดีต้อนรับสู่ชมรมอนุรักษ์ไก่ป่าไทยWelcome to <strong>thaijunglefowl</strong>.

You are currently viewing our boards as a guest, which gives you limited access to view most discussions and access our other features. By joining our free community, you will have access to post topics, communicate privately with other members (PM), respond to polls, upload content, and access many other special features. Registration is fast, simple, and absolutely free, so please, <a href="/profile.php?mode=register">join our community today</a>!


Post new topic Reply to topic  [ 60 posts ]  Go to page Previous  1, 2, 3, 4  Next
Author Message
 Post subject:
PostPosted: Tue Jan 15, 2008 4:12 pm 
Offline
User avatar

Joined: Thu Oct 18, 2007 4:04 pm
Posts: 1738
Location: Bangkok, Thailand
ธรรมดาไก่ป่าก็ไม่ค่อยจะกินน้ำสักเท่าไหร่ไช่ไหมครับ ไก่ที่บ้านผมเห็นน้อยมาก ไม่ค่อยกินน้ำกันเลย หรือจะแอบกินตอนเราไม่เห็นก็ไม่ทราบ ดังนั้นน้ำจากผลไม้ก็คงพอประทังได้บ้าง


Top
 Profile  
 
 Post subject: การกินน้ำของไก่ป่า
PostPosted: Tue Feb 26, 2008 11:45 pm 
Offline

Joined: Mon Oct 22, 2007 1:25 pm
Posts: 416
ใช่ครับคุณหมูไก่ปามักจะไม่ค่อยกินน้ำซักเท่าไรเพราะอย่าที่คุณหมูเข้าใจคือผมไม้หรือพืชบางอย่างก็มีน้ำเป็นส่วนผสม บางครั้งไก่ป่าก็อาศัยน้ำค้างจากยอดหญ้าครับเพราะมันอาจเป็นการระวังไพรของมันอย่างหนึ่งด้วยว่าแหล่งน้ำอาจเป็นสถานที่ที่ศัตรูจ้องเล่นงานมันง่ายที่สุด แต่จะยกเว้นในช่วงเดือนที่ร้อนจัดเช่น มีนา เมษา พฤษภา ตอนที่ฝนยังไม่ตก ไก่จะลงมากินน้ำที่แห่งน้ำแทบทุกว้น และมีร่องคลุกฝุ่นอยู่ใกล้แหล่งน้ำอีกด้วย ทำให้พวกพรานที่ยิงไก่จะมาซุ่มยิงแห่งน้ำที่ไก่ป่ามากินครับซึ่งดูได้รอยเท้า รอยมูลไก่ตามโขดหิน และป่าบางบริเวณที่ไก่ป่าอาศัยอยู่จะมีแหล่งน้ำซับเพียงแห่งเดี่ยวอันนี้ถือว่าไก่ป่าตัวนั้นซวยไป และพรานยังใช้วิธีเผาป่าโดยที่จะเหลือพื้นที่น้อยนิดที่มีใบไม้แห้งปกคลุมอยู่ ทำให้บีบไก่ป่าจำเป็นต้องมาหากินที่ตรงนั้นเขาก็มานั่งรอซุ่ม
ยิงครับภาษาท้องถิ่นเรียกว่า "นั่งไก่"


Top
 Profile  
 
 Post subject: การเลี้ยงเพื่ออนุรักษ์
PostPosted: Wed Feb 27, 2008 10:08 am 
Offline
User avatar

Joined: Thu Oct 18, 2007 4:04 pm
Posts: 1738
Location: Bangkok, Thailand
ผมมาคิดดูการเลี้ยงไก่ป่า ก็นับว่าเป็นการอนุรักษ์ที่ดี
ผมได้คุยกับเพื่อนชมรมไก่ป่าของอเมริกา พวกนี้โดยมากจะพูดถึง สายพันธุ์ไก่ป่าอยู่ ๒ สายพันธุ์ คือ สายRichardson และสายลาว
สายRichardson เขาเล่าว่า ได้มีการนำไก่ป่าจากอินเดียเข้ามาเมื่อปี ๑๙๕๐ เพียง๓ตัว ส่วนสายพันธุ์ลาว มาจากชาวม้งอพยพจากลาวนำไข่เข้าไป ๓ฟอง จากไก่และไข่จำนวนน้อยนิด ณ บัดนี้มีไก่ป่าอยู่ในอเมริกามากพอสมควร และไก่ทั้งหลายก็มาจากแค่ ๒ สายพันธุ์หลักๆนี้เท่านั้น
มาคิดดูประเทศเขาไม่มีไก่ป่าเลยสักตัว ยังสามารถรักษาสายพันธุ์ไว้ได้มาจนบัดนี้ ก็น่าชมเชย
ประเทศเราพอมีไก่ป่าอยู่บ้าง และที่รู้ๆอยู่ไม่มีใครรู้และเข้าใจจะรักษาไก่ป่ามากนัก รวมทั้งภาครัฐก็ตาม ไก่ป่าแท้น้อยลง ไก่ป่าผสมอยู่ตามป่ามีมากขึ้น น่าเป็นห่วง
ในความเห็นของผมอยากสนับสนุนให้พวกเราเพาะเลี้ยงกันไว้ และช่วยกันกระจายสายพันธุ์ แบบพวกอเมริกันเขาทำ มีการเรียกสายพันธุ์จะได้รู้ว่าของใครๆ เพื่อกันผสมเลือดชิด เช่น สายของคุณธงชัย สายคุณภาคย์ สายคุณโก๊ะ... เป็นต้น
พวกเรามีความเห็นว่าอย่างไรครับ


Top
 Profile  
 
 Post subject:
PostPosted: Thu Feb 28, 2008 1:25 pm 
Offline

Joined: Thu Nov 22, 2007 10:04 am
Posts: 316
ในความเห็นส่วนตัวผมเองก็เห็นด้วยอย่างยิ่งครับคุณหมู...และพวกเราจะยังใจเย็นต่อไป
ไม่ได้แล้วนะครับ...มันจะสายเกินไป...ณ.นาทีนี้ถ้าใครพอมีกำลังพอก็อยากให้
เริ่มได้เลยไหมครับคุณหมู...


Top
 Profile  
 
 Post subject:
PostPosted: Fri Feb 29, 2008 2:21 pm 
Offline
User avatar

Joined: Thu Oct 18, 2007 4:04 pm
Posts: 1738
Location: Bangkok, Thailand
ดีครับคุณภาคย์ ผมเองก็อยากให้คุณภาคย์ช่วยดูแลในทำนองที่ว่าจำนวนประชากรไก่ป่าของพวกเราเหล่าสมาชิก มีกี่มากน้อย ใครสามารถเจือจุนแบ่งปันกันได้
แต่มีปัญหาอยู่อย่างครับ สมาชิกจะต้องรู้และดูออกว่าไก่ที่เลี้ยงเป็นไก่ป่าแท้หรือไม่ อันนี้จะยากอยู่ เพราะบางคนเข้าใจตลอดเวลาว่าไก่ที่เลี้ยงอยู่เป็นไก่ป่า แท้จริงไม่ไช่ ผมเองคงไม่กล้าออกความเห็นเพราะกลัวจะโกรธกันเปล่าๆ แต่เรื่องนี้เป็นเรื่องสำคัญมากสำหรับการอนุรักษ์ เพราะหากอนุรักษ์กันไปผิดๆ แล้วนำไปปล่อยป่า จะยิ่งแย่กันไปใหญ่นะครับ คุณภาคย์
พวกเราอยากลองช่วยๆกันคิดดู


Top
 Profile  
 
 Post subject:
PostPosted: Fri Feb 29, 2008 10:12 pm 
Offline

Joined: Thu Nov 22, 2007 10:04 am
Posts: 316
คุณหมูครับ...ผมคิดว่าอาจจะหาวิธีย้ายไก่ป่าจากแหล่งที่ไก่ป่ามีจำนวนมาก(ชุกชุม)
เช่นภาคกลางไปไว้ทางเหนือตอนล่าง(จ. ตาก)หรือตาม พท.ที่ไก่ป่าเริ่มหายากโดยการต่อครืนแล้วหาเวลาไปปล่อย
ป่าแถวๆนั้นเลยโดยที่เราไม่ต้องเสียเวลาเลี้ยงหรือมาดูแล...เหมือนเราไปปล่อยนก
ตามป่าครับ...เชื่อว่ารอด100% และไก่ป่าที่มีประสบการณ์ที่ถูกจับมาแล้วประสบการณ์
จะสอนเขาเองในการเอาตัวรอดเมื่ออยู่ในป่าอีก...รับรองจะไม่เข้ามาตีไก่ต่ออีกถ้าหากว่ามีคนใช้ไก่ต่อไปต่อ...(เพราะเขาจบด๊อกเตอร์สาขาชีวิตจริง)รับรองพรานไม่ได้เห็นแม้เงาแน่
หรือเพื่อนสมาชิกท่านอื่นมีความคิดเห็นอย่างไรบ้างครับ...

ผมมีความตั้งใจมาหลายปีแล้วครับคุณหมู...ด้วยเหตุนี้ผมจึงพยามหาวิธีเพาะและ
หาไก่ต่อมาควบคู่กับการเพาะไก่ป่ามาหลายปีแล้วครับ รวมๆก็น่าจะหก เจ็ดปีแล้ว
แต่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร...จึงน่าจะใช้วิธีที่ใช้ไก่ต่อไก่ป่าโตไปปล่อยตามป่า
เป้าหมายน่าจะได้ผลทันพวกนักล่ากว่าครับคุณหมู...


Top
 Profile  
 
 Post subject:
PostPosted: Tue Apr 01, 2008 10:19 pm 
Offline

Joined: Thu Nov 22, 2007 10:04 am
Posts: 316
สวัสดีเดือนเมษา(เดื่อนที่ร้อนที่สุดของเมืองไทย)..
หายหน้าหายตาไปนาน...คิดถึงเพื่อนสมาชิกแทบแย่เลย
เนื่องจากติดภารกิจต้องเดินทางไปต่างจังหวัด ก็เลยติดต่อใครไม่ได้เลย
ก็ได้มีโอกาสไปสำรวจป่าที่ว่าตั้งใจจะนำไก่ป่าไปปล่อย
ในปีนี้...เป็นพื้นที่ที่เป็นเขตป่าอุทยานที่ติดกับ พท.สปก ของพ่อของผมเอง
Image
เป็นภูเขาที่ยังมีทั้งเก้ง หมูป่า ไก่ฟ้า แม่น(แต่เหลือน้อยมาก)เพราะอีกฟากเขาอีกฝั่งนั้น
เป็นเขตล่าเสรีจึงเหลือฝั่งทางที่เห็นซึ่งนักล่าทั้งหลายพอยังเกรงใจพ่อผมบ้างก็เลยไม่
ค่อยมารบกวนมากนัก...
Image

Image

ImageImage


Top
 Profile  
 
 Post subject:
PostPosted: Tue Apr 01, 2008 10:20 pm 
Offline

Joined: Thu Nov 22, 2007 10:04 am
Posts: 316
สวัสดีเดือนเมษา(เดื่อนที่ร้อนที่สุดของเมืองไทย)..
หายหน้าหายตาไปนาน...คิดถึงเพื่อนสมาชิกแทบแย่เลย
เนื่องจากติดภารกิจต้องเดินทางไปต่างจังหวัด ก็เลยติดต่อใครไม่ได้เลย
ก็ได้มีโอกาสไปสำรวจป่าที่ว่าตั้งใจจะนำไก่ป่าไปปล่อย
ในปีนี้...เป็นพื้นที่ที่เป็นเขตป่าอุทยานที่ติดกับ พท.สปก ของพ่อของผมเอง
Image
เป็นภูเขาที่ยังมีทั้งเก้ง หมูป่า ไก่ฟ้า แม่น(แต่เหลือน้อยมาก)เพราะอีกฟากเขาอีกฝั่งนั้น
เป็นเขตล่าเสรีจึงเหลือฝั่งทางที่เห็นซึ่งนักล่าทั้งหลายพอยังเกรงใจพ่อผมบ้างก็เลยไม่
ค่อยมารบกวนมากนัก...
Image

Image

ImageImage


Top
 Profile  
 
 Post subject:
PostPosted: Wed Apr 02, 2008 1:46 pm 
Offline
User avatar

Joined: Thu Oct 18, 2007 4:04 pm
Posts: 1738
Location: Bangkok, Thailand
การเอาไก่ป่าที่มีชุกชุมในแหล่งหนึ่งไปปล่อยยังอีกแหล่งหนึ่งที่ขาดแคลน นับว่าเป็นทางลัดที่ดี แต่ก่อนอื่น ต้องศึกษานิดๆว่าเหตุใดจึงไม่มีไก่ป่าเหลือแล้วในเขตนั้น สภาพความเป็นอยู่ไม่เหมาะสม ขาดแหล่งน้ำ ถูกคนรบกวน ฯลฯ
คุณภาคย์เสนอมาแล้ว วานพวกเราช่วยกันคิดหน่อยครับ ดีไหม


Top
 Profile  
 
 Post subject:
PostPosted: Wed Apr 02, 2008 8:31 pm 
Offline

Joined: Fri Dec 21, 2007 4:51 pm
Posts: 117
:lol: ยอดเยี่ยมมากคุณภาคย์ กลางดงพงป่าผ่าดงไพรี (ต่อไปก็จะได้เป็นระพิน ไพรวัน 555) แต่อย่าเดินเลยไปทางวังเจ้า :twisted: :twisted: นะครับเป็นห่วง(เสียวจริงๆ) ดูต้นไม้บนภูเขายังเป็นป่าสมบูรณ์อยู่ แต่ใต้ต้นไม้(ชาวระพิน)คงเดินกันทะลุปรุโปร่งหมดแล้ว อย่างที่คุณภาคย์ว่าไว้ ไก่ป่าที่จะอยู่ได้ต้องเซียนจริงๆ ในทุกวันนี้ชาวบ้านเขายังออกหาอาหารอยู่ก็ไม่เป็นอะไร แต่อย่าตัดต้นไม้ใหญ่ ก็okแล้วคุณภาคย์ อย่างน้อยสัตว์เล็กยังพอมีที่อาศัยและหลบซ่อนตัว :wink:


Top
 Profile  
 
 Post subject:
PostPosted: Wed Apr 02, 2008 8:54 pm 
Offline

Joined: Wed Jan 23, 2008 9:37 am
Posts: 579
Location: เชียงใหม่
ถ้าเราสามารถแก้ที่ต้นเหตุได้คิดว่าไก่ป่าน่าจะไม่สูญพันธุ์ แต่ถ้าแก้ที่ปลายเหตุคงเป็นเพียงการ
ชลอให้สูญพันธุ์ช้าลงครับ
สาเหตุใหญ่ที่ไก่ป่าสูญพันธุ์เพราะ
๑ ป่าซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยและเป็นแหล่งอาหารของไก่ป่า ถูกมนุษย์ทำลาย
๒ มนุษย์เป็นผู้ล่าที่เก่งที่สุด
วิธีแก้ไข
๑ ต้องรักษาป่าซึ่งเป็นทั้งบ้านและแหล่งอาหารของไก่ป่าให้ได้
๒ ต้องทำให้ชุมชนมีความรักและหวงแหนป่าและไก่ป่า(หยุดทำลายป่าและเลิกล่าไก่ป่า)
๓ ขยายพันธุ์ไก่ป่าแท้แล้วปล่อยคืนป่าหรือย้ายไก่ป่าจากแหล่งที่ชุกชุมไปปล่อย
ฯลฯ


Top
 Profile  
 
 Post subject:
PostPosted: Thu Apr 03, 2008 9:33 am 
Offline

Joined: Thu Nov 22, 2007 10:04 am
Posts: 316
ก็ต้องขอขอบคุณทุกๆคนที่แนะนำและทุกความคิดเห็นครับ...สาเหตุหลักๆที่ทำให้ไก่ป่าบริเวณ
นี้สูญพันธุ์คือ การล่า 99%ครับส่วนเรื่องน้ำนั้นยังมีไหลตลอดปีครับบวกกับมีป่ากล้วยป่าคละ
ไปเกือบทั้งป่า

ทำไมจึงมั่นใจว่าเอาไก่ป่าไปปล่อยแล้วจะไม่ถูกล่า
- เคยมีประสบการณ์จากเมื่อปี 2546ผมเคยเอานกเขาใหญ่ที่อยุธยาไปปล่อย
ประมาณ50คู่ ทุกวันนี้ก็ยังมีอยู่...
- ส่วนใหญ่แล้วคนที่ล่าจะเป็นคนที่รู้จักกัน ส่วนคนใน พท อื่นจะไม่กล้าเข้ามา
- ถ้าเรานำไก่ป่าไปปล่อยแล้วประกาศให้รู้ว่าเป็นไก่ที่เราปล่อย พวกนักล่าก็จะ
ไม่กล้า (สังเกตจากนกเขาใหญ่ ชาวบ้านจะไม่กล้ามายุ่งเลย)
คุณแทนไทครับ...ดูเขาฝั่งที่เห็นยังเปป็นป่าสมบูรณ์แต่อีกฟากเขานั้นกลายเป็นเขาหัวโล้น
ไปหมดแล้วครับ(แบบมีการทำไร่เลื่อนลอย)...ที่ผ่านมาในอดีตทางคุณพ่อก็เคยถูกข่มขู่
ที่ไม่ยอมให้ตัดไม้ใน พท นี้จากทั้งพวกนายทุนและพวกที่จะมาหาประโยชน์จากป่าที่เห็นนี้
(ถางป่าทำไร่กับตัดไม้ขาย)จึงยังคงเหลือป่าเท่าที่เห็นนี้...


Top
 Profile  
 
 Post subject:
PostPosted: Thu Apr 03, 2008 11:23 am 
Offline
User avatar

Joined: Thu Oct 18, 2007 4:04 pm
Posts: 1738
Location: Bangkok, Thailand
แท้จริงมนุษย์เราเป็นผู้ทำลายนั่นเอง ก็น่าลองครับคุณภาคย์ยังดีกว่าไม่ทำอะไร


Top
 Profile  
 
 Post subject:
PostPosted: Fri Apr 04, 2008 12:37 pm 
Offline

Joined: Fri Jan 11, 2008 2:56 pm
Posts: 59
เมื่อรู้สาเหตุและต้นเหตุของการลดน้อยลงของไก่ป่าบริเวณนั้น และสามารถทำความเข้าใจกับคน
ทอ้งถิ่นนั้นได้ก็ดีใจด้วยครับ ขอสนับสนุนด้วยอีกคนครับ และขอชื่นชมในความตั้งใจจริงของคุณ
pakpoom ครับเอาไงเอากันครับ


Top
 Profile  
 
 Post subject:
PostPosted: Fri Apr 04, 2008 9:30 pm 
Offline

Joined: Thu Nov 22, 2007 10:04 am
Posts: 316
ขอบคุณมากครับคุณ Chaisit ที่ให้กำลังใจครับ...


Top
 Profile  
 
Display posts from previous:  Sort by  
Post new topic Reply to topic  [ 60 posts ]  Go to page Previous  1, 2, 3, 4  Next

All times are UTC + 7 hours


Who is online

Users browsing this forum: No registered users and 0 guests


You cannot post new topics in this forum
You cannot reply to topics in this forum
You cannot edit your posts in this forum
You cannot delete your posts in this forum
You cannot post attachments in this forum

Search for:
Jump to:  
cron
suspicion-preferred